Home บันเทิง โรม ขยับทันที เรียก ไอเดียร์-สามี เข้าแจง กมธ. แย้มปม ฉ้อโกงคริปโตฯ…

โรม ขยับทันที เรียก ไอเดียร์-สามี เข้าแจง กมธ. แย้มปม ฉ้อโกงคริปโตฯ…

25

‘รังสิมันต์’ จ่อเรียก ‘ไอเดียร์-สามี’ เข้าแจง กมธ.กฎหมาย 7 ต.ค.นี้ แย้มเกี่ยวข้องฉ้อโกงคริปโตฯ เดินหน้าสอบเส้นเงินเอาผิดทั้งทางกฎหมาย-การเมืองบอกขออุบกางหลักฐานทั้งหมด
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าภายหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา มีการพาดพิง น.ส.สุดาชา ซาง แทนทรัพย์  สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายซาง ไท่หยาง สามีชาวจีนสัญชาติออสเตรเลียของน.ส.สุชาดา ที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ว่า วันที่ 7 ตุลาคมนี้ ตนจะออกหนังสือเชิญน.ส.สุชาดา และนายไท่หยาง รวมถึงผู้แทนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาด้วย เพราะขณะนี้ ข้อมูลที่ปรากฏเกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี และเกี่ยวข้องกับการลงทุน ซึ่งน่ากังวลว่าจะมีการฉ้อโกงกันครั้งใหญ่ แต่ตนยังไม่ขอสรุปฟันธง เพราะต้องถือหลักว่าจะต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อน แต่จะต้องตรวจสอบและไล่เส้นเงินทั้งหมด รวมถึงแหล่งที่มารายได้ทั้งหมด และดำเนินการต่อ เอาผิดทางกฎหมาย และทางการเมือง

เมื่อถามว่า มีการเรียกร้องให้เปิดเผยหลักฐาน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนยังขอปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากยังไม่สามารถพูดทั้งหมดได้ เพราะจะต้องใช้ในวาระอื่น แต่ยืนยันว่า ไม่ช้า ทุกคนจะได้รับรู้และรับทราบกัน ทั้งนี้ ตนขอตั้งข้อสังเกตทรัพย์สินของนายไท่หยางที่มีราว 1.9 พันล้าน และปล่อยกู้ให้กับบริษัทหรือกองทุนแห่งหนึ่งถึง 80% ต่อมา บริษัท หรือกองทุนดังกล่าวล้มละลาย จนนำไปสู่แรงสันสะเทือนในโลกคริปโตเคเรนซี บุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคน ถูกจับ และถูกดำเนินคดี ทั้งที่สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลายคนให้การเชื่อมโยงมาถึงนายไท่หยาง

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนขอตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เหตุใดนายไท่หยางที่มาพำนักในไทย และยังมีทรัพย์สินจำนวนมาก รวมถึงยังมีการปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัท หรือกองทุนที่ล้มละลายไปแล้ว แต่ในบัญชีทรัพย์สินของน.ส.สุชาดา กลับยังระบุถึงผลต่างของตัวเลขเงินที่แตกต่างไป ดังนั้น ข้อมูลเหล่านี้ จึงทำให้เกิดสมมติฐานบางว่า และต้องตรวจสอบว่า เส้นทางทางการเงิน ที่เชื่อมโยงจะถูกนำไปใช้เพื่อเอาผิดได้มากน้อยเพียงใด.