Home บันเทิง แม่ขอทวงลูกคืน ทนายเผย พ่อฝ่าฝืนข้อตกลงศาล พาลูกทำคอนเทนต์ ขี่จยย.ปิดตา แถมไม่ได้เรียนหนังสือ…

แม่ขอทวงลูกคืน ทนายเผย พ่อฝ่าฝืนข้อตกลงศาล พาลูกทำคอนเทนต์ ขี่จยย.ปิดตา แถมไม่ได้เรียนหนังสือ…

76

แม่ขอทวงลูกคืน ทนายเผย พ่อฝ่าฝืนข้อตกลงศาล พาลูกทำคอนเทนต์ ขี่จยย.ปิดตา แถมไม่ได้เรียนหนังสือ เตรียมยื่นศาลขอเพิกถอนอำนาจปกครอง อยากให้ลูกกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

วันที่ 16 ก.ย.69 จากกรณี “เบนซ์ เรซซิ่ง” พร้อมทนายความของแม่เด็กชายวัย 13 ปี เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรี พม. ขอให้ตรวจสอบกรณีที่ถูกเรียกว่า “พ่อลูกตาทิพย์” หลังปรากฏคลิปผู้เป็นพ่อนำลูกชายปิดตาขณะขี่รถจยย.บนถนน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อตัวเด็กและประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน อ่านข่าว : “เบนซ์ เรซซิ่ง” ร้อง พม. ตรวจสอบ พ่อลูกผู้วิเศษ พาปิดตาขี่จยย. หวั่นซ้ำรอยสูญเสีย

ขณะที่ น.ส.พราวรวี ว่องไวทวีวงศ์ หรือ ทนายแพม ทนายความของแม่เด็ก เปิดเผยว่า พ่อกับแม่จดทะเบียนสมรสกัน ก่อนหน้านี้เด็กอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ โดยแม่เป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตรเพียงผู้เดียว กระทั่งเมื่อช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พ่อกับแม่ได้เลิกรากัน โดยแม่ได้ยื่นฟ้องขอให้ศาลคืนบุตร ขณะที่ฝ่ายพ่อก็ยื่นคำร้องขอรับรองบุตรเข้ามา ทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเจรจาในศาลเยาวชน

กระทั่งวันที่ 6 พ.ย.68 ทั้งสองฝ่ายได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยหนึ่งในข้อตกลงคือ ฝ่ายพ่อจะไม่นำลูกไปทำคอนเทนต์อีก และหากฝ่าฝืน ก็จะดำเนินการเกี่ยวกับอำนาจปกครองตามข้อตกลงที่ทำไว้

ทนายแพม ระบุว่า ในช่วงแรกหลังทำข้อตกลง ฝ่ายพ่อยังไม่ได้ทำคอนเทนต์ในลักษณะที่น่ากังวลมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่ามีการทำคลิปเกี่ยวกับเด็กออกมาอย่างต่อเนื่อง แม่จึงพยายามเก็บหลักฐานเอาไว้เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของศาล

นอกจากนี้ แม่ยังระบุว่า ได้พูดคุยกับลูกผ่านทางแชตและพยายามสอบถามถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เด็กอาจไม่กล้าที่จะขัดหรือแสดงความคิดเห็นบางอย่าง ขณะเดียวกันแม่ทราบว่า ลูกทั้ง 2 คน ไม่ได้ไปโรงเรียนและไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่ควรจะเป็น จึงพยายามเดินทางไปหาลูก แต่ไม่สามารถพบลูกได้ตามที่ต้องการ

ทนายแพม บอกอีกว่า แม่ไม่เคยต้องการออกสื่อ และไม่ต้องการให้สังคมมองว่าเข้ามาหากินหรือเกาะกระแสจากการที่ลูกเป็นที่รู้จัก โดยก่อนหน้านี้แม่ยังเคยบอกว่า สิ่งที่ต้องการมีเพียงอย่างเดียว คืออยากได้ลูกกลับมา และอยากพาลูกกลับไปเรียน รวมถึงพาไปปรับพฤติกรรมและรับการช่วยเหลือตามความเหมาะสม เพื่อให้เด็กกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

แต่ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ได้มีการส่งทีมไปพูดคุยและเจรจา แต่เด็กบอกว่า ยังไม่อยากไปอยู่กับแม่ ดังนั้น ในคดีเกี่ยวกับเด็ก ศาลจะรับฟังความคิดเห็นของเด็กประกอบการพิจารณา แต่ในขณะเดียวกันยังต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและประโยชน์ของเด็กด้วย

โดยแม่มองว่า ที่ผ่านมาลูกอาจมีความเข้าใจว่าแม่ทอดทิ้ง เนื่องจากไม่ได้พบกันบ่อย แต่ยืนยันว่าแม่ยังคอยดูแลและช่วยเหลือลูกอยู่ตลอด เพียงแต่ไม่ต้องการออกสื่อหรือทำให้ลูกรู้สึกว่าแม่กำลังนำเรื่องของลูกมาใช้ประโยชน์

ล่าสุด ทนายความเตรียมยื่นเอกสารต่อศาลเยาวชนในวันศุกร์นี้ (18 ก.ย.) เพื่อขอเพิกถอนอำนาจปกครองของฝ่ายพ่อ และขอให้แม่เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว ตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเคยทำไว้ต่อศาล

อย่างไรก็ตาม แม่ยืนยันว่า หากในอนาคตฝ่ายพ่อสามารถปรับพฤติกรรมและทัศนคติได้ ก็ไม่ได้ต้องการกีดกันไม่ให้พ่อพบลูก เพราะอำนาจปกครองเป็นเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่กังวลคือ หากลูกกลับไปอยู่กับพ่อแล้ว จะถูกนำไปทำคอนเทนต์ในลักษณะเดิมอีกหรือไม่

ทั้งนี้ การตัดสินเรื่องอำนาจปกครองยังเป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ.