ยังน่าติดตามในทุกๆ ความเคลื่อนไหวจริงๆ สำหรับเรื่องราวของ “เท่” หนุ่ม อบต. แห่งหนึ่ง ซึ่งเข้าร้องขอความเป็นธรรมผ่านเพจสายไหมต้องรอด หลังอ้างว่าถูก “ครูน้ำ” หญิงสาวที่คบหากันประมาณ 2 เดือน หลอกให้รักและโอนเงินค่าสินสอดจำนวน 300,000 บาท รวมถึงเงินส่วนอื่น ๆ อีกกว่า 200,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 500,000 บาท ก่อนมาทราบภายหลังว่าฝ่ายหญิงยังมีสามีและเพิ่งจดทะเบียนหย่ากันในช่วงที่คบหากับตน

ด้านฝ่ายหญิงยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานกับอดีตสามีซึ่งเป็นทหารเรือประมาณ 1 เดือน ก่อนเริ่มพูดคุยกับ “เท่” หนุ่ม อบต. แต่ยืนยันว่าได้แยกกันอยู่กับสามีแล้ว
สำหรับประเด็นเรื่องเงิน ฝ่ายหญิงระบุว่าไม่ต้องการคืนเงินทั้งหมด เนื่องจากมองว่าตัวเองก็ได้รับความเสียหายจากความสัมพันธ์และได้อยู่กินกับฝ่ายชายแล้ว โดยก่อนหน้านี้มีการเจรจาหลายครั้ง แต่ฝ่ายหญิงยืนยันว่าหากต้องคืนจะคืนเพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนที่เรียกร้อง พร้อมทั้งยังบอกว่าเงิน พี่เท่ ยังอยู่ครบ จะคืนก็คือได้ แต่ความเสียหายของตนเองใครจะรับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม หลังจบรายการ ฝ่ายหญิงได้เปลี่ยนใจและยอมรับข้อเสนอที่จะคืนเงินให้คุณเท่จำนวน 350,000 บาท โดยมีการนัดหมายคืนเงินกันในวันที่ 19 สิงหาคม ที่สถานีตำรวจภูธร (สภ.) แห่งหนึ่ง ในเวลา 14:00 น.
แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายกลับไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน โดยฝ่ายหญิงไม่ได้เดินทางมาตามนัด ขณะที่พ่อและแม่ของฝ่ายหญิงพยายามนำเงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมทองคำที่เหลือมาคืนให้ก่อน และขอเวลาอีก 3 วัน โดยระบุว่าจะกลับไปขายวัวเพื่อนำเงินมาชำระส่วนที่เหลือ
นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่าลูกสาวมีอาการเครียดอย่างหนักจนถึงขั้นคิดทำร้ายตัวเอง อย่างไรก็ตาม คุณเท่ไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าวและตัดสินใจเดินหน้าเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ต่อมา “น้องน้ำ” ได้ออกมาเปิดใจชี้แจงว่า ตนไม่ได้เบี้ยวนัดและไม่ได้หายไปไหน เพราะในช่วงเช้าได้ให้พ่อกับแม่เดินทางไปพบ “เท่” เพื่อพูดคุยเจรจากันแล้ว โดยข้อเสนอของตนคือจะแบ่งการชำระเงินออกเป็น 2 ก้อน ก้อนแรกเป็นเงินสด 100,000 บาท พร้อมทองคำทั้งหมดที่มีอยู่จำนวน 1 บาท 2 สลึง ส่วนเงินที่เหลือจะขอชำระในภายหลัง

น้องน้ำยอมรับว่า ขณะนี้ไม่รู้ว่าจะหาเงินที่เหลือมาคืนครบตามจำนวนได้จากที่ไหน เพราะในช่วงแรกมีเงินอยู่ แต่ปัจจุบันเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้จ่ายและซื้อทรัพย์สินในช่วงที่คบหากันไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถหาเงินก้อนใหญ่มาคืนได้ทันที
เจ้าตัวยังระบุว่า หากสุดท้ายไม่สามารถตกลงกันได้ ก็พร้อมให้อีกฝ่ายดำเนินคดีและยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น พร้อมกล่าวว่า “ถ้าพี่เท่ก็จะทำน้ำลง ก็แล้วแต่เขา” ท่ามกลางการจับตาว่าหลังจากนี้ทั้งสองฝ่ายจะสามารถเจรจาหาข้อยุติเรื่องเงินได้หรือไม่ หรือคดีจะเดินหน้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป


















