Home ทั่วไทย ยอดเสียชีวิต-บาดเจ็บ เหตุรถตู้ขนชาวลาว 13 ชีวิต เสียหลักไฟลุกท่วม

ยอดเสียชีวิต-บาดเจ็บ เหตุรถตู้ขนชาวลาว 13 ชีวิต เสียหลักไฟลุกท่วม

5

เปิดยอดผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ เหตุรถตู้โดยสารขนชาวลาว 13 ชีวิต เสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทางไฟลุกท่วมวอดทั้งคัน

เมื่อเวลาประมาณ 05.20 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งเหตุรถตู้โดยสารเสียหลักตกข้างทาง พลิกคว่ำจนเกิดเพลิงลุกไหม้วอดทั้งคัน เหตุเกิดบนถนนสี่เลนกาฬสินธุ์-มุกดาหาร บริเวณบ้านโคกล่าม ม.10 ต.หนองใหญ่ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด เขตรอยต่อบ้านคุย อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเร่งเดินทางเข้าตรวจสอบ พร้อมประสานรถดับเพลิงและกู้ชีพกู้ภัยเข้าระงับเหตุและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ยอดเสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุรถตู้ขนชาวลาว 13 ชีวิต เสียหลักไฟลุกท่วม

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เป็นรถตู้โดยสารทะเบียน 1 นช 5478 กทม. ซึ่งรถตู้คันดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสารสัญชาติ สปป.ลาว 13 ชีวิต รวมคนขับเป็น 14 ชีวิต เดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าที่ จ.มุกดาหาร เพื่อต่ออายุในอนุญาต และกลับประเทศ ตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงเช้าตรู่ รถได้เกิดเสียหลักพุ่งลงข้างทางและเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนเสียหายทั้งคัน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 12 ราย

โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยบัวขาว กู้ภัยสามขา และทีมกู้ชีพ ได้เร่งลำเลียงผู้บาดเจ็บกระจายส่งรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ โดยเป็นผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ จำนวน 5 ราย, กู้ภัยบัวขาว นำส่ง 6 ราย, กู้ภัยสามขา นำส่ง 1 ราย ส่วนผู้เสียชีวิต 2 ราย ยังไม่ระบุเพศ

สอบถามผู้โดยสารชาวสปป.ลาว ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า ผู้โดยสายที่เป็นชาว สปป.ลาว กำลังเดินทาง เพื่อไปต่ออายุในอนุญาต ที่ จ.มุกดาหาร และกลับประเทศ ช่วงระหว่างการเดินทาง ผู้โดยสารวัยรุ่นชายและหญิง 2 คนที่นั่งร่วมทางมา ได้หันมาบอกกับตน ซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าบริเวณหลังคนขับว่า ให้ช่วยเตือนคนขับหน่อย เพราะรู้สึกว่ารถวิ่งเร็วเกินไป ประมาณ 140 ตนจึงได้เอ่ยปากบอกคนขับให้ช่วยเบาความเร็วลง ซึ่งช่วงแรกคนขับก็ชะลอความเร็วลงตามที่บอก แต่พอผ่านไปสักพักก็กลับมาขับเร็วเหมือนเดิมอีก

ยอดเสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุรถตู้ขนชาวลาว 13 ชีวิต เสียหลักไฟลุกท่วม

นอกจากนี้ ตนยังสังเกตเห็นอาการผิดปกติของคนขับอย่างชัดเจน โดยคนขับมีอาการง่วงนอนตลอดเวลา นั่งโงกเงกสัปหกขณะขับรถ และที่น่ากลัวคือคนขับใช้มือเพียงข้างเดียวจับพวงมาลัย ส่วนมืออีกข้างไม่ได้จับ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการจอดพักรถชั่วคราว แต่คนขับก็ไม่ได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุตนกำลังจะเตือนคนขับเรื่องความเร็วอีกครั้ง แต่ก็ไม่ทันรถเสียหลักพุ่งลงข้าวทางแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลของเจ้าหน้าที่