หลังจากที่ ฟลุค เกริกพล ได้เปิดใจถึงความรักของลูกชาย อชิ ที่กลับมาคืนดีกับ มิย่า แล้ว ล่าสุดวันที่ 14 มี.ค. มีโอกาสได้เจอ พีท ทองเจือ และ เจ็ง วิไลลักษณ์ คุณพ่อคุณแม่ของสาว มิย่า ที่มาร่วมงานแถลงข่าว เปิดตัวแคมเปญ “Hi! ใจ ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ” ณ ชั้น 1 โซน Beacon ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยทั้งคู่ได้เปิดใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างน้องมิย่าลูกสาวกับอชิ

ลูกสาว(มิย่า) รีเทิร์น ไม่รีเทิร์น?

เจ็ง : จริงๆ อย่างที่บอก เขาก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้วนะ อย่างที่เห็นตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาก็มีการถ่ายรูปร่วมเฟรม ไปแฮงเอ้าต์กับเพื่อนด้วยกันอยู่แล้ว อันนี้เราก็ทราบอยู่แล้ว

พีท : เพื่อนๆ ก็ยังเป็นกลุ่มเดิม

ไม่ได้มีปัญหาตั้งแต่ต้น?

เจ็ง : คำว่าปัญหา มันเป็นปัญหาเด็กๆ เนอะ หมายถึงว่า มันเป็นเรื่องของเด็กๆ แล้วเราก็ไม่ได้ไปซีเรียส หรืออะไรขนาดนั้น เราก็ไม่ได้มีการแบบว่า หนูห้ามคบคนนั้น ห้ามคบคนนี้ หรือต้องเลิกคบคนนั้น ไม่เคย เราไม่เคยพูดแบบนั้น เพียงแต่ว่าทุกอย่าง อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่มากกว่า ลูกทําอะไร เราเห็นหมด เรารู้หมด

เรามีถามน้องไหม เพราะก่อนหน้านั้นที่เขาสนิทกัน จนถึงข่าวพ่อแม่ไม่ถูกกัน จนเขากลับมาสนิทกันอีก คนก็เลยถามว่าที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้เรารู้สึกยังไงบ้าง?

เจ็ง : จริงๆ ที่ผ่านมา เขาก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่นะ หมายถึงว่า เขาก็ยังไปทานข้าว แฮงเอ้าต์กันกับเพื่อนกลุ่มเดิมเหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ว่า อาจจะไม่มีการเมนชั่นถึง แล้วเขาก็อาจจะระวังตัวมากขึ้น หมายถึงว่า จะทําอะไรก็คิดถี่ถ้วนมากขึ้น จะพูดอะไร ก็ต้องคิดมากขึ้น อย่างที่มิย่าเคยบอก เขาพยายามจะโตขึ้น พยายามจะเป็นผู้ใหญ่

แสดงว่าน้องก็ปรึกษาคุณพ่อคุณแม่เหมือนกันเรื่องข่าว?

เจ็ง : ปรึกษา เขาปรึกษาเราทุกเรื่องอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า บางทีอย่างข่าว หรือว่า การพิมพ์ การเขียนอะไรในโซเชียลอะ เราไปห้ามทุกคนไม่ได้ ว่าใครจะเขียนอะไร จะพูดอะไร จะคิดอะไร เพราะฉะนั้น เราก็ได้แต่สอนลูกว่า หนูแค่ต้องรู้ว่าเราเป็นยังไง เรารู้ตัวอยู่แล้ว เราทําอะไร เราเป็นยังไง เพราะฉะนั้น ใครเขียนอะไรไม่จริง พูดอะไรไม่จริง ก็ไม่ต้องไปใส่ใจ

เพราะถ้าเราเอาคําพูดทุกคน ความคิดทุกคน มาคิด มาใส่ใจ เราอยู่ไม่ได้หรอก แล้วเราก็จะไม่มีความสุข โชคดีที่มิย่าเป็นเด็กที่เขารู้ว่า ตัวเขาเองทําอะไรอยู่ แล้วเกิดอะไรขึ้นอยู่ เขาก็เลยจะไม่ค่อยฟูมฟาย ซีเรียสหรือว่าเครียดเรื่องข่าว เรื่องที่คนมาว่า

เราสบายใจไหมที่ทุกวันนี้มิย่ามีวัคซีนเรื่องโซเชียลอยู่แล้ว?

เจ็ง : ก็ดีนะ ความเป็นพ่อแม่อะ ยังไงก็ห่วงลูกอยู่แล้วแหละ แต่ว่าเราก็ยังอุ่นใจในระดับหนึ่ง ว่าลูกรู้จักแยกแยะ เขารู้กับตัวเขาเองว่า อะไรคือเรื่องจริง ไม่จริง แล้วเขารู้จักปล่อยวาง

แล้วตัวพี่พีทเอง เพราะมันมีข่าวถึงขั้นว่า ครอบครัวของพวกเราไม่คุยกัน มีปัญหากัน?

พีท : จริงๆ ผมไม่ได้ซีเรียส ข่าวก็คือข่าว ที่ผมบอก ผมกับฟลุคไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน

เจ็ง : เจอกัน ก็ยังทักทายกันปกติ

พีท : ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน

เมื่อก่อนพอเริ่มสนิทกันมีไปกินข้าวเป็นครอบครัวใหญ่ แต่พอมีข่าวก็เลยดูห่างกันไป พอวันนี้ลูกกลับมาสนิท พ่อแม่จะยังไง?

พีท : จริงๆ ถ้ามีเวลาบ้าง ก็ไม่มีปัญหาถ้าจะเจอกัน ส่วนมากตอนนี้ ถ้าเวลามันจะไม่ตรงกัน เช่น สมมุติว่ามิย่าเขาอยากไปกับเพื่อน หรืออยากไปอะไรอย่างเงี้ย ถ้าเราว่าง เราก็อาจจะไปเป็นเพื่อน หรืออาจให้เขาไปกันเอง ก็จะมีน้องคอยไปรับ หรือว่าเขาก็มารับน้อง

คุณแม่ได้เจออชิแล้วรึยัง?

เจ็ง : ก็เจอบ้าง ก็อย่างที่บอกว่า เขาก็ยังไปแฮงเอ้าต์กับเพื่อนกลุ่มเดิม ไม่ได้เปลี่ยนกลุ่ม เวลาเราไปรับลูก เราก็เห็นทุกคนเหมือนเดิม มันเป็นเรื่องของเด็กเนอะ เหมือนถ้ามองภาพเป็นเด็กคนอื่น ที่ไม่มีใครรู้จัก เขาก็อาจจะแค่ทะเลาะกัน สองสามวัน แล้วก็ดีกัน มันเป็นเรื่องปกติ

เพียงแต่ว่าบางทีเราไม่ได้ออกมาพูดอะไรเยอะ หรือแก้ตัวเยอะ เพราะเรามองว่า การออกมาพูดเยอะ มันคือการแก้ตัว มันทําให้เรื่องไม่จบ มันก็ไม่มีอะไร เดี่ยวเด็กเขาก็เคลียร์กันเอง ไม่มีอะไร ก็เป็นเพื่อนกันปกติ

ความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง?

เจ็ง : แต่คําว่าเหมือนเดิมเนี่ย เราก็ไม่รู้นะว่า เหมือนเดิมคือยังไง เขาก็คือเพื่อนกัน เขาก็ยังมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน ไม่ใช่แค่ อชิกับมิย่า เพื่อนทุกคนในกลุ่มก็เหมือนกัน เขาก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันทุกคน

แสดงว่าลูกรักใครเราก็รักด้วย?

เจ็ง : เราไม่เคยมีปัญหาอยู่แล้ว คือไม่ว่าจะใครก็แล้วแต่ ยกตัวอย่าง บางทีลูกไปเที่ยว แล้วกลับบ้านดึก เพื่อนลูกอ่ะ จะนั่งแกร็บกลับ เรายังไม่ให้เลยนะ เรายังบอกว่า ไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวแม่ไปส่ง เราทําใจไม่ได้ ที่จะปล่อยให้เด็ก ขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตา โดยเฉพาะเพื่อนผู้หญิง เราก็จะไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวแม่ไปส่ง ก็จะส่งลูกเพื่อนตามบ้าน ซึ่งอันนี้เป็นเนเจอร์ของเรา คือลูกรักใคร ลูกแฮปปี้กับใคร เราดูแลทุกคนหมด โดยที่เราไม่ติดอะไรอยู่แล้ว