ไฟไหม้ตึกเอื้ออาทร กม.44 คลองหลวง ชั้น 5 วอด 2 ห้อง ป้าเจ้าของวิ่งฝ่าเพลิงช่วยสุนัขถูกไฟลวกเจ็บ แฉเปิดพัดลมทิ้งไว้ในห้องว่างการเคหะฯ ตร.เร่งหาสาเหตุด่วน
ปทุมธานี (1 กรกฎาคม 2569) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.40 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ธนภูวภัสส์ สีสวย รอง สว.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคาร 54 ภายในโครงการบ้านเอื้ออาทร กม.44 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองท่าโขลง จำนวน 2 คัน โดยมี นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง และทีมกู้ชีพอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าร่วมระงับเหตุอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 5 ชั้น พบแสงเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงและมีกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหนาแน่น โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณชั้นที่ 5 ห้องเลขที่ 39 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งระดมฉีดน้ำแรงดันสูง พร้อมส่งทีมนักผจญเพลิงบุกเข้าไปภายในตัวอาคารเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ไฟลุกลามไปยังห้องข้างเคียง โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้สำเร็จ จากการตรวจสอบพบบ้านพักพังเสียหายยับเยินจำนวน 2 ห้อง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกความร้อนลวกผิวหนังพุพอง 1 ราย ทราบชื่อคือ นางณฤทธิ์ อายุ 50 ปี เจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ


จากการสอบสวน นางณฤทธิ์ ผู้บาดเจ็บ ให้การทั้งน้ำตาว่า ตนเองได้มาใช้ห้องพักที่เกิดเหตุเป็นสถานที่สำหรับเลี้ยงสุนัขจำนวน 2 ตัว โดยก่อนเกิดเหตุตนได้เสียบปลั๊กเปิดพัดลมทิ้งไว้เพื่อคลายร้อนให้สุนัขตามปกติ จากนั้นได้ล็อกห้องออกไปขายของที่ร้านขายของชำบริเวณหน้าโครงการฯ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) วิ่งมาแจ้งด้วยอาการตื่นตระหนกว่าเกิดไฟไหม้ตึก ตนตกใจมากเป็นห่วงสุนัขจึงรีบวิ่งกลับมาและตัดสินใจบุกฝ่าเปลวไฟที่กำลังลุกท่วมเข้าไปช่วยเหลือสุนัขออกมาได้เพียง 1 ตัว ส่วนอีก 1 ตัวตกใจวิ่งหนีไปยังหาไม่พบ ซึ่งระหว่างที่ลุยไฟเข้าไปนั้นทำให้ตนถูกความร้อนและเปลวเพลิงลวกจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
ด้าน นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง เปิดเผยประเด็นสำคัญว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกับทางโครงการ พบว่าห้องที่เกิดเหตุแท้จริงแล้วเป็นห้องว่างที่อยู่ในการดูแลและความรับผิดชอบของการเคหะแห่งชาติ ทว่ากลับมีบุคคลภายนอกลักลอบเข้าไปใช้พื้นที่เพื่อเปิดเป็นที่เลี้ยงสุนัขส่วนตัว จนกระทั่งเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรและเพลิงไหม้ขึ้น ซึ่งจะต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและการบุกรุกต่อไป
ขณะที่ ร.ต.อ.ธนภูวภัสส์ สีสวย รอง สว.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง กล่าวสรุปว่า เบื้องต้นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและบันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งทำการสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะประสานไปยังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เพื่อเข้าร่วมตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง และประเมินมูลค่าความเสียหายเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป




















