เชื่อว่าหลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาเขาคนนี้เป็นอย่างดี สำหรับ ปอย ตรีชฎา เพราะก่อนหน้าก็เพิ่งจะมีประเด็นสดๆร้อนๆ เมื่อ มีมี่ เทา นางแบบสาวข้ามเพศชื่อดัง ตั้งประเด็นถามถึงความเท่าเทียม หลังเห็นสลิปโอนเงินขอ ง ปอย ตรีชฎา ที่มีคำนำหน้าชื่อว่า คุณ ไม่ใช่คำนำหน้าชื่อตามเอกสารทางราชการ และต้องการคำชี้แจงจากทางธนาคาร ซึ่งล่าสุดได้เคลียร์ใจกันไปเรียบร้อย วันนี้ทีมงานเลยจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับ ปอย ตรีชฎา ให้มากขึ้นกัน

1 ประวัติ ปอย ตรีชฎา

เดิมทีแล้ว ปอย นั้นมีชื่อจริงว่า ตรีชฎา มาลยาภรณ์ ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของคุณแม่ คือ เพชรรัตน์ ในช่วงที่ประกวดมิสทิฟฟานี่ ปัจจุบันเธอเปลี่ยนเป็นนามสกุล หงษ์หยก ตาม โอ๊ค บรรลุ สามี เป็นที่เรียบร้อย ปอย ตรีชฎา เกิดวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2529 โดยพื้นเพของเธอเป็นคนจังหวัดภูเก็ต มีน้องสาว 1 คน ชื่อว่า บี ส่วนคุณพ่อคุณแม่นั้นแยกทางกันตั้งแต่ปอยยังเด็ก ซึ่งเธอถูกเลี้ยงดูมาโดยคุณแม่และพ่อเลี้ยง

2 ใช้เวลาเกือบ 16 ปี ในการเรียนจบปริญญาตรี

ปอย ตรีชฎา จบชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย แต่เธอเปิดเผยว่าช่วงนั้นเธอเกือบเรียนไม่จบเพราะโดดเรียนและอยากมีแฟน โชคดีที่ได้เพื่อนสนิทช่วยดันหลังจนเรียนจบมาได้ แต่เธอก็ยังไม่คิดเรียนต่อมหาวิทยาลัย กระทั่งเพื่อน ๆ เข้ามหาวิทยาลัยจนเธอรู้สึกว่างเปล่า จึงตัดสินใจสมัครเรียน โดยเข้าเรียนที่คณะวิทยาการจัดการ สาขานิเทศศาสตร์ ภาคพิเศษ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต แต่หลังจากเรียนได้ 3 เดือน ปอยก็ชนะการประกวดมิสทิฟฟานี่ ปี 2547 และเข้าวงการบันเทิง ทำให้หยุดเรียนไป

หลังจากทำงานได้ 2-3 ปี เธอก็อยากเรียนอีก จึงสมัครเข้าเรียนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แต่พบว่ายากมาก อีกทั้งยังเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ จนเธอต้องสมัครเรียนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อเรียนเป็นภาษาไทยควบคู่กัน แต่สุดท้ายเธอก็ดรอปการเรียนกฎหมายไว้เพียงเท่านี้

ด้วยความที่เป็นนักแสดง ปอย ตรีชฎา จึงถูกชักชวนให้ไปเรียนที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกการแสดง มหาวิทยาลัยสยาม ซึ่งอยู่ในเครือซูเปอร์สตาร์ อะคาเดมี่ ซึ่งเธอสามารถนำองค์ความรู้มาใช้ในอาชีพได้เป็นอย่างดี แต่สุดท้ายก็ยังเรียนไม่จบ ทว่าหลังจากนั้น ปอย ตรีชฎา เริ่มกลับมาสนใจด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ รวมถึงอยากศึกษาเกี่ยวกับเวชสำอาง และได้โทรศัพท์พูดคุยกับนักวิจัยในช่วงที่เธอเริ่มสร้างธุรกิจ จึงถูกชักชวนให้ไปเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ทว่าเรียนได้เพียง 2 ปี เธอก็ได้รับโอกาสสำคัญให้ไปทำงานที่ฮ่องกง จึงทำให้เธอต้องหยุดเรียนอีกครั้ง

กระทั่งสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 ทำให้ ปอย ตรีชฎา ได้กลับมาทบทวนตัวเอง และแก้ปมเรื่องการเรียนไม่จบ ด้วยการโอนหน่วยกิตจากมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ มาสมทบกับที่มหาวิทยาลัยสยาม และลงเรียนเพิ่ม จนได้รับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต ในที่สุด นอกจากนี้เธอยังจบหลักสูตรออนไลน์ ภาควิชาประสาทวิทยาศาสตร์ (Neuroscience) มหาวิทยาลัยมหิดล และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาพันธุศาสตร์ระดับโมเลกุลและพันธุวิศวกรรมศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล อีกด้วย

3 เป็นหนึ่งในสาวข้ามเพศที่สวยที่สุดในโลก

ปอย ตรีชฎา สมัครประกวดมิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ประจำปี พ.ศ. 2547 และได้รับตำแหน่งชนะเลิศในขณะที่อายุเพียง 18 ปี จากนั้นเธอก็เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีนในโรงละครทิฟฟานี่ พัทยา จนได้รับตำแหน่งชนะเลิศ นับเป็นสิ่งการันตีว่าเธอคือสาวข้ามเพศที่สวยที่สุดในโลก จนได้รับโอกาสในวงการบันเทิงมากมาย ทั้งงานถ่ายแบบ งานแสดงมิวสิกวิดีโอ ละคร และภาพยนตร์ อีกทั้งเธอยังได้รับรางวัล The Nine Fever Awards ครั้งที่ 1 สาขา Miss Queen Fever สาวประเภทสองที่ได้รับความนิยม อีกด้วย

4 โกอินเตอร์

ในปี พ.ศ. 2556 ปอย ตรีชฎา ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการเล่นภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่อง The White Storm โดยร่วมงานกับนักแสดงที่มีชื่อเสียง เช่น จาง เจียฮุย, กู่ เทียนเล่อ และ หลิว ชิงหวิน หลังจากนั้นเธอก็เซ็นสัญญากับบริษัท ยูนิเวิร์ส อาร์ทิสต์ เมเนจเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ในฮ่องกง โดยเริ่มเซ็นสัญญาระยะเวลา 5 ปี และหลังครบสัญญาเธอก็ได้รับการต่อสัญญาอีก 10 ปี มีผลงานภาพยนตร์มากมาย อาทิ From Vegas to Macau II, Insomnia Lover, Witch Doctor, Poker Queen, Game 2 และ Dragon lady เป็นต้น โดยเธอเปิดเผยว่า ภูมิใจที่เป็นสาวข้ามเพศ เพราะหากไม่มีจุดเด่นตรงนี้ เธออาจไม่ได้มาถึงจุดนี้ก็ได้

5 เป็นประธานบริษัท

นอกจากงานในวงการบันเทิงแล้ว ด้วยความชอบด้านความงามและวิทยาศาสตร์ ทำให้ ปอย ตรีชฎา ก่อตั้งบริษัท BIOMT (บริษัท ไบโอฟาร์มาเทค จำกัด และบริษัท ไบโอฟาร์มา แปซิฟิก จำกัด) รับผลิตวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาตรฐาน GMP ที่ใช้เทคโนโลยีระดับโมเลกุลและแล็บสุดล้ำ ซึ่งรับวิจัย Biotechnology โดยเธอดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัท

6 บทบาทนักวิจัย

อย่างที่ทราบกันว่าสิ่งที่ ปอย ตรีชฎา ชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ คือวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับความสวยความงาม ทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เครื่องสำอาง ทั้งยังชอบอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จนรู้สึกอยากทำวิตามินเพื่อความงามไว้กินเอง ไม่ได้คิดเรื่องธุุรกิจใด ๆ จนได้ปรึกษากับนักวิจัยและเสนอโครงการวิจัย ซึ่งทำออกมาเป็นสินค้าจริงก็ได้รับรางวัล กระทั่งเธอได้ศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ในเชิงลึกมากขึ้น สามารถคิดไอเดียและวิจัยผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อนำไปเสนอ อย. และสามารถก่อตั้งธุรกิจของตัวเองได้ในที่สุด

7 ความรักที่เชื่อว่าคือรักแท้

นับเป็นข่าวที่ใคร ๆ ต่างก็แสดงความยินดี เมื่อเธอประกาศแต่งงานกับ โอ๊ค บรรลุ นักธุรกิจหนุ่ม ทายาทบ้านอาจ้อ ต้นตระกูลเก่าแก่ของนามสกุล หงษ์หยก โดยทั้งคู่เคยเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่โรงเรียนสมัยมัธยมกันมาก่อน หนุ่มโอ๊คนั้นเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทสาวปอย ซึ่งความรักครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อทั้งคู่พบกันอีกครั้งหน้ารูปปั้นพระพิฆเนศ ณ บ้านอาจ้อ จากนั้นจึงได้คบหาดูใจกันเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจหมั้นหมาย ซึ่งทางครอบครัวของหนุ่มโอ๊คก็รักและเอ็นดูสาวปอยเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ แหวนหมั้นที่อยู่บนนิ้วดาราสาวก็เป็นแหวนหมั้นอาม่าของ โอ๊ค บรรลุ นั่นเอง

ต่อมา ปอย ตรีชฎา ได้เปลี่ยนนามสกุลเป็น หงษ์หยก ตามว่าที่สามี โดยสามารถทำได้เนื่องจากเจ้าของนามสกุลที่เป็นต้นสกุลทางบ้านฝ่ายชายอนุญาตให้ใช้นามสกุลได้ และใช้วิธีการเหมือนการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลทั่วไป แม้กฎหมายสมรสเท่าเทียมยังไม่ผ่านร่างกฎหมายก็ตาม และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็เข้าพิธีสมรสในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2566 ซึ่งต้องบอกเลยว่าตอนนี้ความรักของทั้งคู่ก็ยังสดใสเหมือนวันแรก ๆ โดย ปอย ตรีชฎา เปิดเผยว่า เธอเชื่อว่าความรักครั้งนี้คือรักแท้

8 ประเด็นคำนำหน้าชื่อ

ล่าสุดเกิดเป็นประเด็นในสังคมขึ้นมาเมื่อ มีมี่ เทา นางแบบสาวข้ามเพศชื่อดัง ได้ออกมาตั้งคำถามหลังเห็นสลิปโอนเงินของ ปอย ตรีชฎา และ ฟิล์ม ธัญญรัศม์ เจ้าของตำแหน่ง Miss International Queen 2007 ซึ่งเป็นการโอนช่วยค่าอาหารนกของฟิล์ม โดยสะดุดตาตรงคำนำหน้าชื่อของปอย ใช้คำว่า คุณ แต่ทางด้านฟิล์มเป็นคำว่า นาย ทำให้เจ้าตัวนั้นถามถึงความเท่าเทียมและตั้งคำถามถึงการเลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ มีมี่ได้ออกมาเผยว่า เธอไม่ได้มีปัญหากับทั้งปอยและฟิล์ม อีกทั้งไม่ได้อิจฉา เพราะเธออยู่ที่สหรัฐอเมริกาและมีคำนำหน้าชื่อว่า Miss เพียงแต่ต้องการคำอธิบายจากทางธนาคารเท่านั้น ซึ่งเธอได้คุยกับปอยเรียบร้อยแล้ว และไม่อยากให้โจมตีใคร

ล่าสุด ทางธนาคารไทยพาณิชย์ ได้มีการตอบคำถามชาวเน็ตผ่านทางเพจ SCB THAILAND โดยระบุว่า สำหรับกรณีการใช้คำนำหน้าชื่อบัญชีที่ท่านสอบถามเข้ามานั้น ธนาคารใคร่ขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากพนักงานสาขาในการบันทึกข้อมูล ซึ่งใช้คำว่า คุณ นำหน้าชื่อลูกค้า จากที่โดยปกติจะแสดงคำนำหน้าชื่อตามเอกสารแสดงตนของทางราชการเท่านั้น เพื่อเป็นประโยชน์กับลูกค้าในกรณีที่ต้องนำข้อมูลเอกสารธนาคารไปใช้ติดต่อกับหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ กลายเป็นบทสรุปของคำนำหน้าชื่อที่ปรากฏในบัญชีของ ปอย ตรีชฎา นั่นเอง