ค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์บนสังเวียนแดนซามูไรไม่ได้มีเพียงผลการแข่งขันสุดช็อก แต่ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นของนักสู้ผู้ทุ่มเททั้งชีวิต โดยเฉพาะคำพูดหลังไฟต์ที่สะท้อนหัวใจของแชมป์คนใหม่ได้อย่างลึกซึ้ง
โดยคู่เอกที่ทั่วโลกรอคอย “The Iron Man” รถถัง จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต เปิดศึกรีแมตช์ชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล พบกับ “Natural Born Krusher” ทาเครุ เซกาวา ซูเปอร์สตาร์เจ้าถิ่น
ยกแรกทั้งคู่ยังคงดูเชิงกันอย่างระมัดระวัง ก่อนที่เกมจะเริ่มเดือดในยกที่ 2 เมื่อ “รถถัง” เปิดเกมบุกตามสไตล์ดุดัน แต่กลับพลาดโดนจังหวะสวนของ “ทาเครุ” เล่นงานจนร่วงลงไปให้กรรมการนับถึง 2 ครั้งติด
แม้ “รถถัง” จะพยายามเร่งเครื่องเดินบดหวังเอาคืน แต่ยังไม่สามารถเจาะเกมป้องกันและความแม่นยำของคู่ชกเจ้าถิ่นได้ กระทั่งเข้าสู่ยกที่ 5 จุดตัดสินของไฟต์ เมื่อ “ทาเครุ” ใช้หมัดชุดไล่ต้อนอย่างต่อเนื่อง ส่ง “รถถัง” ลงไปกองเป็นครั้งที่ 3 ก่อนจะรัวหมัดซ้ำไม่ยั้ง จนล้มลงเป็นครั้งที่ 4
กรรมการจึงยุติการแข่งขัน ส่งผลให้ ทาเครุ เซกาวะ เอาชนะทีเคโอไปได้อย่างเด็ดขาด คว้าแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาลไปครอง พร้อมปิดฉากเส้นทางนักสู้อย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าแฟน ๆ บ้านเกิด
ทาเครุ เซกาวะ ซูเปอร์สตาร์นักสู้ชาวญี่ปุ่น วัย 34 ปี เปิดใจหลังเอาชนะน็อก รถถัง จิตรเมืองนนท์ ในคู่เอกศึก ONE Samurai 1 ที่สังเวียน อาริอาเกะ อารีนา กรุง โตเกียว ประเทศญี่ปุ่นซึ่งไฟต์ดังกล่าวถือเป็นการ “ล้างแค้น” อย่างสมบูรณ์แบบของทาเครุ หลังเคยพ่ายน็อกให้กับรถถังในศึก ONE 172 ที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2025 โดยครั้งนั้นจบลงอย่างรวดเร็วเพียง 1:20 นาที
แต่ในการรีแมตช์ครั้งนี้ ทาเครุกลับมาแก้ตัวได้สำเร็จ ด้วยการเป็นฝ่ายน็อกคืนในนาทีที่ 2:22 ของยกที่ 5 คว้าแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล พร้อมปิดฉากเส้นทางนักสู้อย่างยิ่งใหญ่ตามที่ตั้งใจไว้
หลังจบไฟต์ ทาเครุได้กล่าวบนเวทีด้วยความปลื้มปิติว่า
“ผมเคยแพ้มาหลายครั้งใน ONE และทำให้ทุกคนผิดหวัง แต่วันนี้ที่อาริอาเกะ อารีนา ซึ่งมีผู้ชมมากมาย ขอบคุณมากครับ ผมอยากจะพูดหลายอย่าง แต่ทั้งหมดที่ผมอยากจะบอกก็คือ ผมมีความสุขมาก”
นอกจากนี้ยังกล่าวขอบคุณคู่ชกคนสำคัญว่า
“ขอบคุณรถถังมาก ๆ ที่ยินดีมาชกในไฟต์นี้ ถ้าไม่มีรถถัง ไฟต์อำลาครั้งนี้คงไม่ใช่ไฟต์ที่ดีที่สุดของผม”
เจ้าตัวยังเผยถึงแรงผลักดันสำคัญในช่วงท้ายอาชีพว่า
“ผมทำงานหนักทุกวันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเดียวคือคว้าเข็มขัดเส้นนี้ ขอบคุณตัวเองที่ทำได้ และขอบคุณ ONE รวมถึงทุกคนที่ทำให้ไฟต์นี้เกิดขึ้น”
พร้อมยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ความพ่ายแพ้ครั้งก่อนคือแรงผลักดันสำคัญ
“ความพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดของผม เป็นหนึ่งในความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายที่สุด นั่นคือเหตุผลที่ผมอยากล้างตา”
ก่อนทิ้งท้ายด้วยความภาคภูมิใจว่า
“วันนี้ผมดีใจมากที่ได้สู้กับรถถังในไฟต์สุดท้าย ผมสู้สุดกำลัง เพื่อตัวผมเอง และต้องการชนะโดยไม่เหลือความเสียใจ พร้อมคว้าแชมป์ให้ทุกคนได้เห็น”
ชัยชนะครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การคว้าเข็มขัด แต่ยังเป็นบทสรุปของการ “ล้างแค้น” และการปิดฉากเส้นทางนักสู้อย่างสมบูรณ์แบบของ ทาเครุ เซกาวา ท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟนกีฬาทั่วโลก
ภาพจาก ONE Championship Thailand



















