Home ข่าว ข่าวสังคม หนี้สินรุมเร้าไร้ทางออก! แม่เลือกจบชีวิต ลูกชายเฝ้าร่างลำพัง หลังเสียชีวิตมาแล้ว 3 วัน เผยฐานะยากจน ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวนำแม่ไปบำเพ็ญกุศล

หนี้สินรุมเร้าไร้ทางออก! แม่เลือกจบชีวิต ลูกชายเฝ้าร่างลำพัง หลังเสียชีวิตมาแล้ว 3 วัน เผยฐานะยากจน ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวนำแม่ไปบำเพ็ญกุศล

64

จากกรณีพลเมืองดีได้มีการแจ้งขอความช่วยเหลือไปยังนายจักรกฤษณ์ แต่งตั้ง สมาคมสายธารสะพานบุญ หรือ ปอน อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเจ้าของ โครงการส่งศพผู้เสียชีวิตฟรีทั่วประเทศไทย เพื่อขอความช่วยเหลือครอบครัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดปทุมธานี โดย ครอบครัวนี้มีกัน 2 คน โดยแม่นอนเสียชีวิตมาแล้ว 3 วัน โดยมีลูกชายนั่งเฝ้าศพแม่อยู่เพียงลำพังในบ้านพัก โดยลูกชายอ้างว่า ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียวเพื่อนำศพแม่ไปบำเพ็ญกุศล

ซึ่งหลังจากที่ ปอน ได้รับเรื่องแล้วในเวลา 21.30 น. ของเมื่อคืนวันที่ 4 เมษายน 69 ก่อนจะได้เดินทางมาพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่มไทรปทุมธานี ได้นำศพผู้เป็นแม่ ไม่ทราบชื่อ อายุ 74 ปี ที่นอนเสียชีวิตบริเวณชั้นสองภายในบ้านพัก นำไปผ่าพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลธัญบุรี ในขณะที่ทางลูกชายคือนายอนิรุธ เอกสิทธิ์ธารากร อายุ 56 ปี มีสภาพอิดโรย เนื่องจากไม่ได้กินข้าวมาเป็นเวลา 3 วัน ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลธัญบุรี เพื่อรักษาอาการ

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (5 เมษายน 69) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าวที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้น บริเวณหน้าบ้านปิดประตูทึบมีการติดประกาศเอาไว้หน้าบ้านใจความว่า ทรัพย์สินส่วนบุคคลห้ามบุกรุก จะดำเนินคดีตามกฏหมาย

จากการสอบถามนางสาววัลนะ ไร่ขาม อายุ 64 ปี เพื่อนบ้านผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนแรกไม่ทราบเลยว่า บ้านข้างๆ มีคนเสียชีวิต เพราะหลังจากปิดร้านช่วงประมาณสองทุ่มกว่าเกือบสามทุ่มก็กลับเข้าบ้าน อาบน้ำ และเข้านอนตามปกติ จนกระทั่งช่วงดึกประมาณสามทุ่มครึ่งมีคนมาบอกว่า มีรถกู้ภัยมาจอดเต็มหน้าบ้าน จึงเริ่มสงสัยว่า อาจมีเหตุไม่ดีเกิดขึ้นกับบ้านข้างๆ ซึ่งก่อนหน้ารู้เพียงว่า ครอบครัวนี้กำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน โดยมีเรื่องถูกยึดบ้าน ทำให้เกิดความเครียด แต่รายละเอียดเรื่องอื่นในครอบครัวไม่ทราบเลย เพราะไม่ได้พูดคุยกันลึกๆ และอีกฝ่ายก็ไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องส่วนตัว แม้ว่าผู้เสียชีวิตจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณสองวัน ตนก็ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ ทั้งเรื่องกลิ่นหรือความเคลื่อนไหว เนื่องจากบ้านปิดมิดชิดและศพอยู่บริเวณชั้นสอง จึงไม่สามารถสังเกตได้จากภายนอก อีกทั้งก่อนหน้านั้น ยังเคยเห็นลูกชายของบ้านนั้นลงมาพูดคุยตามปกติ จึงยิ่งไม่ได้เอะใจว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น

ทั้งนี้ รู้สึกเสียใจเพราะถึงจะไม่ได้สนิทกันมาก แต่ก็เป็นเพื่อนบ้านที่เห็นหน้ากันอยู่เสมอ ผู้เสียชีวิตเป็นคนอัธยาศัยดี มักออกมาทำกิจวัตรตอนเช้าประมาณตีห้า เช่น รดน้ำต้นไม้ และทักทายกันเป็นประจำ แต่ช่วงหลังครอบครัวนี้มีความเป็นอยู่ลำบาก จึงคอยช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ เช่น เมื่อทำอาหารก็จะแบ่งให้ โทรเรียกลูกชายให้ลงมารับข้าวและกับข้าวไปกินกับแม่ รวมถึงก่อนเกิดเหตุไม่กี่วันก็ยังซื้อของสดอย่างผัก หมู และปลาทูมาให้ และคอยถามว่ามีข้าวสารหรือไม่ หากมีก็แนะนำให้หุงกินกันเอง

ทางด้านนายธิติพันธ์ เพาพาน อายุ 61 ปี เพื่อนบ้านผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ตนอยู่ในที่เกิดเหตุ ตอนคุณปอนมารับศพด้วย ซึ่งคาดว่าเกิดจากความเครียดสะสม เรื่องหนี้สินของครอบครัว ที่มีเพียงแม่และลูกชายอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยทั้งสองไม่มีงานทำและขาดรายได้ ทำให้ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากเจ้าหนี้ ซึ่งเป็นคนธรรมดาที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน โดยเจ้าหนี้รายดังกล่าวได้มาตามทวงหนี้ถึงหน้าบ้านและนำป้ายมาติดไว้

โดยตนคาดว่าทั้งแม่และลูกชายได้ตัดสินใจกินยาความดันที่วางอยู่ข้างเตียงจนเกินขนาด โดยผู้เป็นแม่เสียชีวิต ไปแล้วประมาณ 2 ถึง 3 วัน ส่วนลูกชายยังมีชีวิตอยู่ แต่มีอาการมึนงง พูดจาไม่รู้เรื่อง และขณะนี้กำลังเข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลธัญบุรี ในด้านการช่วยเหลือนั้น คุณปอนจากเพจช่วยเหลือสังคมเข้ามาดูแลในเบื้องต้น โดยให้ความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเดินทาง และรับปากว่าจะช่วยดูแลเรื่องการจัดงานศพให้

ส่วนทางด้านนายธวัช ชิงรัมย์ ประธานหมู่บ้าน กล่าวว่า วันนี้จะเดินทางไปเยี่ยมลูกชายที่โรงพยาบาล รวมถึงเตรียมดำเนินเรื่องทางเอกสาร เช่น การแจ้งการเสียชีวิต และการรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในวัดใกล้เคียงเพื่อให้คนในชุมชนสามารถมาร่วมงานได้สะดวกเนื่องจากทราบว่าครอบครัวนี้มีกันเพียง 2 แม่ลูกเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวสื่อข่าวจังหวัดปทุมธานี รายงาน