Home ข่าว ข่าวสังคม เปิดประวัติ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ป้ายแดง

เปิดประวัติ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ป้ายแดง

8

ภายหลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล หนึ่งในรายชื่อที่ถูกจับตามอง คือ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ หรือ บิ๊กดุลย์ ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถือเป็นนายทหารภาคสนามที่ก้าวขึ้นสู่บทบาทผู้กำหนดนโยบายความมั่นคงของประเทศ

พลโท อดุลย์ เกิดวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2507 พื้นเพเป็นชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา เติบโตในครอบครัวทหาร โดยบิดารับราชการทหาร ทำให้ใช้ชีวิตในค่ายจักรพงษ์ จังหวัดปราจีนบุรีตั้งแต่วัยเด็ก เขาเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนวัดลาดบัวขาว ก่อนเข้าศึกษาโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับนายทหารระดับสูงหลายคน อาทิ พนา แคล้วปลอดทุกข์ และนายทหารสายกองทัพภาคที่ 2 อีกหลายราย

ด้านชีวิตส่วนตัว พลโท อดุลย์ สมรสกับนางสุพิศ บุญธรรมเจริญ มีบุตร 2 คน โดยครอบครัวมีบทบาทด้านสังคมสงเคราะห์และดูแลสวัสดิการกำลังพลในพื้นที่อีสานใต้มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมภาพลักษณ์นายทหารพูดน้อย ทำงานจริง และได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมรุ่นและผู้ใต้บังคับบัญชาในฐานะ นักรบภาคสนาม ตัวจริง

เส้นทางราชการของ บิ๊กดุลย์ เติบโตจากสายงานภาคสนามในพื้นที่อีสานใต้ เริ่มจากผู้บังคับหมวดในกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนขยับขึ้นเป็นผู้บังคับกองร้อย และผู้บังคับกองพันตามลำดับ ต่อมาได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญในพื้นที่ชายแดน ทั้งการปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการนำกำลังเข้าสู้รบในพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร ช่วงปี 2551-2552 รวมถึงการดูแลแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ ตาควาย-ตาเมือนธม ซึ่งสร้างชื่อในฐานะทหารภาคสนามตัวจริง

ด้วยประสบการณ์ด้านความมั่นคง ทำให้เขาได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ในปี พ.ศ. 2566 ก่อนเกษียณอายุราชการในปี 2567 ภายหลังเกษียณยังคงมีบทบาทในงานภาครัฐ ทั้งการเป็นที่ปรึกษาโครงการด้านความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชน รวมถึงได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมในปี 2568

กระทั่งล่าสุด ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ พลโท อดุลย์ ได้รับความไว้วางใจให้ขยับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นับเป็นก้าวสำคัญจากนายทหารภาคสนามสู่ตำแหน่งระดับนโยบาย โดยหลายฝ่ายมองว่า การแต่งตั้งครั้งนี้อาจถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่ประเทศไทยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งมียศเพียง พลโท เนื่องจากผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เป็นนายพลเอกหรือระดับจอมพล