กระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. ( 24 มี.ค.) ฝ่ายสืบสวนสน. ทุ่งสองห้องได้รับประสานงานจาก ตม.หนองคายว่าสามารถจับกุมตัวนายต้อมได้ขณะกำลังจะข้ามไปยังประเทศลาว ซึ่งจากการสอบสวนในต้อมเบื้องต้นยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุปลิดชีพ น.ส.แรม แฟนสาวและแยกชิ้นส่วนใส่ถุงดำทิ้งลงคลองข้างถนนเรียบคลองปะปา 2 ถุงริมถนน 2 ถุงและในป่าหญ้าอีก 2 ถุง

ทั้งนี้ทาง ตม.จ.หนองคาย ได้สั่งการให้ จนท.งานตรวจบุคคลและพาหนะ นำรายชื่อของ นายต้อม ลงในข้อมูลบุคคลเฝ้าระวัง (Watchlist) รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลเป้าหมาย และประสานฝ่ายความมั่นคงในตามแนวชายแดน (กกล.สุรศักดิ์มนตรี, นรข. ตำรวจน้ำ) และฝ่ายปกครองเข้มงวดในการเฝ้าระวัง
โดยให้ร่วมลาดตระเวน เพื่อ Seal ชายแดน และ X-Ray พื้นที่หาตัวผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.30 น. ตรวจพบ นายต้อม บุคคลเป้าหมายขณะเดินเท้าอยู่ภายในบริเวณด่านพรมแดนหนองคาย จึงได้เข้าแสดงตัวเพื่อตรวจสอบเอกสารประจำตัวและหนังสือเดินทาง พบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับที่ทางตำรวจท่องเที่ยวได้ประสานข้อมูลมา จึงได้เชิญตัวมาทำการสอบปากคำ โดยได้ประสานไปยัง สน.ทุ่งสองห้อง ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อประสานข้อมูลเกี่ยวกับคดีดังกล่าว

จากการสอบปากคำ นายต้อม ให้การว่าตนเองได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ทางด่านพรมแดนหนองคาย เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2566 โดยได้รับอนุญา ทำงานประเภทกุ๊กที่โรงพยาบาล โดยตนมีแฟนสาวชาวลาว ชื่อ น.ส.แรม อายุ 20 ปี สัญชาติลาวเป็นพนักงานเสริฟที่บาร์แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

โดยที่ผ่านมาตนได้ขอให้แฟนสาวเลิกทำงานประเภทดังกล่าว แต่แฟนสาวไม่ยอมเลิกทำงานดังกล่าว และขอเลิกกับตน โดยอ้างว่าตนมีอารมณ์รุนแรงและชอบทำร้ายร่างกาย ตนเกิดความหึงหวงจึงได้เดินทางไปติดตามตัวกลับมาอยู่ด้วยกัน เมื่อ 22 มี.ค.2569 ตนและแฟนสาวเกิดการทะเลาะกันอย่างหนัก ตนบัลดาลโทสะจนทำให้แฟนสาวเสียชีวิต เพื่ออำพรางศพ




















