หากใครยังจำกันได้เมื่อหลายเดือนก่อน สำหรับกรณีเจ้าของบ้านหลังหนึ่ง ที่ได้รับบ้านทาวน์เฮาส์แห่งหนึ่งเป็นของขวัญจากอากู๋เนื่องในวันแต่งงาน แต่เมื่อจะมาอยู่อาศัย หลังปล่อยร้างกว่า 30 ปี กลับพบว่าบ้านที่อากู๋ซื้อทิ้งไว้ ถูกเพื่อนบ้านข้าง ๆ ยึดไป รีโนเวทเอาไปเปิดเป็นร้านอาหารให้คนในบริษัทมานั่งกิน ซึ่งเรื่องโด่งดังจนถึงขั้นได้ออกรายการโหนกระแส และเพื่อนบ้านที่มายึดบ้าน ก็ได้ย้ายของออกไปแล้ว

ล่าสุด วันที่ 10 ก.พ. 2567 ได้รายงานว่า บ้านหลังนี้ในซอยรามอินทรา 58 แยก 6-2 หลังจากที่เป็นข่าว เพื่อนบ้านที่มายึดบ้านก็ยอมย้ายออกไป และเจ้าของบ้านตัวจริงก็ล็อกบ้าน เพื่อหวังจะกลับมาตกแต่งและทำเรือนหอ ส่วนในทางคดีนั้น ต่างฝ่ายต่างมีการฟ้องกัน โดยที่เจ้าของบ้านได้แจ้งข้อหาเพื่อนบ้านฐานบุกรุก แต่เพื่อนบ้านกลับไปยื่นฟ้องแพ่งเจ้าของบ้านว่าได้ครอบครองปรปักษ์

เมื่อเจ้าของบ้านกลับไปดูที่บ้านตัวเอง ก็พบว่าบ้านหลังนั้นโดนยึดอีกรอบ และรอบนี้หนักกว่าเดิม เพราะเพื่อนบ้านได้ตัดกุญแจ เข้าไปยึดบ้านอีกรอบ มีการทาสีบ้านเป็นสีฟ้า และเปิดบ้านเป็นร้านขายปิ้งไก่ และเพื่อนบ้านมีการติดป้ายหน้าบ้านว่า บ้านหลังนี้ตนได้กรรมสิทธิ์จากการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมาย บุคคลใดเข้ามากระทำการใด ๆ ในบ้านและที่ดิน ถือว่ามีความผิดฐานบุกรุก จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ทั้งที่ศาลยังไม่ได้มีคำตัดสินแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เจ้าของบ้านเองก็ไม่เข้าใจว่า เหตุใดไม่รอให้ศาลตัดสินก่อน บ้านหลังนี้กำลังมีคดีพิพาทกันอยู่ ไม่ควรที่จะทำแบบนี้ บ้านก็ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของเพื่อนบ้าน แต่เพื่อนบ้านถือวิสาสะเข้ามาใช้บ้านเลย เจ้าของบ้านจึงไปแจ้งความอีกครั้ง ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด

ในขณะที่ เพื่อนบ้านคู่กรณีอ้างว่า ตนได้ครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมายอย่างถูกต้อง จึงย้ายเข้ามาอยู่ได้ และไม่อยากชี้แจงอะไรแล้ว เนื่องจากรายละเอียดอยู่ในสำนวนคดี ส่วนที่ตนยอมย้ายออกเมื่อเดือนกันยายน 2566 เพราะนักข่าวมากดดัน เมื่อเรื่องเงียบ จึงย้ายกลับเข้ามาอยู่