วันที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องเพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ญาติของผู้เสียหายชายอายุ 37 ปี (สงวนชื่อ) เข้าร้องขอความช่วยเหลือ หลังเข้ารับการศัลยกรรมจมูกและเหลาคางกับคลินิกเสริมความงามชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ก่อนเกิดอาการผิดปกติรุนแรง จนต้องถูกส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาล และยังคงไม่รู้สึกตัว

นายจิรภัทร ทองหลอม อายุ 34 ปี น้องชายของผู้เสียหาย ได้ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา พี่ชายของตนได้เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกและเหลาคางที่คลินิกแห่งหนึ่ง โดยมีค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 480,000 บาท ทางคลินิกได้แจ้งกำหนดการผ่าตัดในช่วงเวลาประมาณ 16.00–22.00 น. แต่ภายหลังได้มีการแจ้งเลื่อนเวลาออกไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง
ญาติของผู้ป่วยได้ระบุว่า ตนและพี่ชายอีกคนได้รออยู่ด้านนอกคลินิก จนกระทั่งเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 5 มีนาคม ทางคลินิกได้แจ้งว่าผู้ป่วยเกิดอาการผิดปกติ โดยมีอาการหัวใจเต้นเร็วและค่าก๊าซในเลือดผิดปกติ จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล

หลังเข้ารับการรักษา แพทย์ได้ให้ข้อมูลว่าผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว จำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และอยู่ในห้อง ICU นอกจากนี้ยังพบภาวะแทรกซ้อนหลายประการ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ ไตวายเฉียบพลัน จนต้องฟอกไต และมีอาการไข้สูง รวมถึงมีน้ำในปอด โดยขณะนี้ผ่านมาแล้ว 4 วัน ผู้ป่วยยังคงไม่ฟื้นตัว
น้องชายของผู้ป่วยได้ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรงและออกกำลังกายเป็นประจำ โดยไม่มีประวัติโรคประจำตัวมาก่อน ทำให้ครอบครัวมีความรู้สึกตกใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลปัจจุบันได้สูงเกิน 1 ล้านบาทแล้ว ซึ่งสร้างความกังวลอย่างมากให้กับครอบครัว เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลยังได้ขอให้ญาติลงนามรับทราบค่าใช้จ่ายในการรักษา ซึ่งญาติได้ให้ความร่วมมือในการลงนามในเอกสารดังกล่าว เพื่อให้การรักษาพยาบาลสามารถดำเนินต่อไปได้
ขณะนี้ทางคลินิกได้เข้าเยี่ยมผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมิได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับความรับผิดชอบ โดยระบุเพียงว่าอยู่ระหว่างรอผลการวินิจฉัยจากแพทย์ของโรงพยาบาล เพื่อหาสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้น
ปัจจุบัน ครอบครัวมีความประสงค์เพียงให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีที่สุด และต้องการให้คลินิกแสดงความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้ป่วยเป็นเสาหลักของครอบครัว และมีภาระในการดูแลหลายชีวิต หากอาการไม่กลับมาเป็นปกติ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัว
เบื้องต้น ครอบครัวได้ดำเนินการลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และอยู่ระหว่างการปรึกษาทนายความ เพื่อพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายต่อไป หากไม่ได้รับความชัดเจนจากทางคลินิก
ด้านเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่าจะประสานไปยังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา การใช้ยาสลบ รวมถึงมาตรฐานของคลินิก เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป



















