วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าคดีอุ้มผู้จัดการหนุ่ม หลังตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายสรวีย์ และ น.ส.เบญญาภา ซึ่งถูกระบุว่าเป็นตัวการสำคัญของคดี โดยผลตรวจดีเอ็นเอจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ยืนยันชัดเจนว่าผู้เสียชีวิตคือ นายรุทธ์ ขณะที่สาเหตุการเสียชีวิตยังอยู่ระหว่างการชันสูตร ส่วนพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ขณะนี้เพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้เบื้องต้นรวม 10 คน แม้ยังมีผู้ต้องหาอีก 1 รายที่หลบหนีอยู่

ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งสองยังให้การภาคเสธ โดยยอมรับเพียงว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัวเท่านั้น ขณะที่แนวทางสืบสวนพบว่ามีการจ้างคนมากกว่า 10 คนร่วมก่อเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าแรงจูงใจอาจไม่ได้มีเพียงประเด็นชู้สาวเพียงอย่างเดียว และยังต้องสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินที่มีรายงานว่าค่าจ้างก่อเหตุอาจสูงถึง 2.8 ล้านบาท แม้ตัวเลขที่แท้จริงยังไม่สามารถเปิดเผยได้
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ชนวนเหตุของคดีเกิดจากลูกสาวของหญิงคนหนึ่งที่นายรุทธ์ไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว นำเรื่องดังกล่าวไปเล่าให้แม่บ้านฟัง ก่อนที่แม่บ้านจะนำไปบอกต่อนายสรวีย์ ทำให้นายสรวีย์เกิดความไม่พอใจและวางแผนก่อเหตุ โดยมี น.ส.เบญญาภา ช่วยสืบหาตัวชายคนดังกล่าว

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 เปิดเผยถึงกระแสในโลกออนไลน์ที่มีการขุดประวัตินายสรวีย์ว่า เป็นอดีตสามีของ น.ส.แพรวา ผู้ก่อเหตุคดีดัง แพรวา 9 ศพ จากเหตุขับรถชนรถตู้บนทางด่วนโทลล์เวย์จนมีผู้เสียชีวิต 9 ราย โดยตำรวจยืนยันว่า นายสรวีย์เป็นเพียงอดีตสามีเท่านั้น และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว เนื่องจากทั้งสองได้หย่าร้างกันไปแล้ว
เรียบเรียงโดย มุมข่าว




















