Home ต่างประเทศ ถ้าไม่ถูกรถชนคงไม่มีใครรู้…เด็ก 13 ชีวิตรันทด เร่ร่อนทั้งที่ป่วยมะเร็ง แม่เสีย พ่อไม่รับกลับบ้าน

ถ้าไม่ถูกรถชนคงไม่มีใครรู้…เด็ก 13 ชีวิตรันทด เร่ร่อนทั้งที่ป่วยมะเร็ง แม่เสีย พ่อไม่รับกลับบ้าน

1

บีบหัวใจทั้งโซเชียล! เด็กชายวัย 13 ป่วยมะเร็ง ถูกรถชนหน้า รพ. ชีวิตเร่ร่อน แม่เสีย พ่อไม่รับ กลัวเมียใหม่ด่า
กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจที่สังคมจับตา หลังเด็กชายวัย 13 ปี ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ถูกรถชนหน้าโรงพยาบาลมหาราช แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนจุกอกยิ่งกว่าอุบัติเหตุ คือชีวิตเบื้องหลังที่ต้องเร่ร่อนลำพัง แม่เสียชีวิต พ่อมีครอบครัวใหม่และปฏิเสธจะมาดูแล

จุดเริ่มต้น: ถูกรถชนหน้าโรงพยาบาล ไม่มีญาติมารับ
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เฟซบุ๊ก “ตัวเล็ก พิทักษ์ชีพ” อาสากู้ภัยในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เด็กชายคนดังกล่าวประสบอุบัติเหตุถูกรถชนหน้าโรงพยาบาลมหาราช เมื่อราว 2-3 วันก่อนหน้า

หลังเกิดเหตุ มีการประกาศตามหาญาติ แต่กลับไม่พบใครแสดงตัว ขณะเดียวกันมีข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เด็กชายมักอาศัยหลับนอนตามบันไดและหน้าห้องต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาล เดินเร่ขายของหาเงินเลี้ยงตัวเอง และไม่เคยมีใครเห็นญาติมารับกลับบ้าน

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร: แม่เสีย พ่อไม่มารับ กลัวทะเลาะเมียใหม่
เมื่อสืบหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าแม่ของเด็กเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนพ่อมีครอบครัวใหม่ และยังมีลูกทั้งหมด 4 คนที่แยกย้ายกันอยู่คนละที่

อาสากู้ภัยพยายามติดต่อพ่อให้มาที่โรงพยาบาล เนื่องจากแพทย์ต้องการผู้ปกครอง แต่คำตอบที่ได้รับคือ “มาไม่ได้ ลำบาก” ก่อนจะพบภายหลังว่าแท้จริงแล้ว พ่อไม่ต้องการรับตัวลูกกลับไป เพราะกลัวภรรยาใหม่บ่นและด่า

มีรายงานว่า พ่อยังขอให้ลบโพสต์เรื่องราวทั้งหมด เพราะไม่อยากมีปัญหากับภรรยาใหม่ พร้อมพูดทำนองว่า “ปล่อยไว้ที่โรงพยาบาล เดี๋ยวก็หาย” และภายหลังได้บล็อกการติดต่อ

คำบอกเล่าจากเด็ก 13 ปี: เคยถูกทำร้าย จนต้องออกมาอยู่ข้างนอก
เด็กชายเล่าว่า หลังแม่เสียชีวิต เคยไปอยู่กับพ่อ แต่ถูกแม่เลี้ยงดุด่า ทำร้ายทั้งตีและเตะ จนต้องออกมาใช้ชีวิตข้างนอกตามลำพัง เมื่อสอบถามพ่อ ยอมรับว่าเคยทำจริง แต่บอกว่า “แค่หยอก”

นอกจากนี้ เด็กชายยังป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ต้องรักษาต่อเนื่อง ท่ามกลางชีวิตที่ขาดทั้งที่พึ่งและความอบอุ่น

แสงสว่างจากญาติ: ป้าอ้าแขนรับ แม้บ้านสุดลำบาก
หลังพ่อปฏิเสธความรับผิดชอบ อาสากู้ภัยได้ตามหาป้า ซึ่งเป็นพี่สาวของแม่เด็ก และสามารถติดต่อได้ในที่สุด ป้าตัดสินใจรับหลานมาอยู่ด้วยทันที แม้ฐานะยากจน

สภาพบ้านเป็นบ้านเช่า ไม่มีไฟฟ้าใช้ ถูกตัดไฟเพราะค้างชำระ ไม่มีทีวี มีเพียงหลอดไฟดวงเล็ก ๆ พอให้แสงสว่าง อีกทั้งยังต้องดูแลคุณยายที่ป่วยติดเตียง

อาการทรุดกะทันหัน ต้องส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง
หลังออกจากโรงพยาบาลมาอยู่กับป้าได้ไม่นาน เด็กชายเกิดอาการชักกะทันหัน อาสากู้ภัยที่แวะไปเยี่ยมพอดี จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลท่าศาลา และอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

หน่วยงานรัฐลงพื้นที่ช่วยเหลือ ติดตั้งไฟฟ้า มอบเงินและของจำเป็น
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ว่าการอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า นายประสงค์ จันทร์หยู นายอำเภอท่าศาลา พร้อมผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าศาลา บ้านพักเด็กจังหวัดนครศรีธรรมราช พมจ. เจ้าหน้าที่เทศบาล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเด็กชายวัย 13 ปี

มีการมอบเครื่องนอน ถุงยังชีพ และเงินสดช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าให้กับบ้านญาติเป็นที่เรียบร้อย

เตือนภัยมิจฉาชีพ: ยังไม่เปิดรับบริจาค
ด้าน “ตัวเล็ก พิทักษ์ชีพ” ยังโพสต์แจ้งเตือนประชาชนว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดรับบริจาคใด ๆ ขออย่าโอนเงินให้บุคคลใด เพื่อป้องกันการแอบอ้าง พร้อมยืนยันว่าหลายหน่วยงานกำลังให้ความช่วยเหลือเด็กชายและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

เรื่องราวของเด็กชายวัย 13 ปีรายนี้ กลายเป็นภาพสะท้อนความเปราะบางของเด็กที่ขาดที่พึ่ง และทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของผู้เป็นพ่อแม่ ขณะที่หลายฝ่ายยังคงเฝ้าติดตามอาการและการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด