พ่อปรี๊ดแตก! การบ้านลูกโจทย์ผิด? บุกไปถามครู เจอเฉลย “วิธีตัดเต้าหู้” ถึงกับมุดดินหนี
กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ของจีน เมื่อคุณพ่อท่านหนึ่งที่มีดีกรีถึงปริญญาตรี ต้องมาเสียฟอร์มอย่างแรงต่อหน้าลูกชายวัยประถม เพียงเพราะ “การบ้านวิชาคณิตศาสตร์” ข้อเดียว ที่ดูเหมือนง่ายแต่ทำเอาผู้ใหญ่เหงื่อตก
โจทย์เจ้าปัญหา: เต้าหู้ 1 ก้อน กับมีด 2 ครั้ง
เรื่องราวเริ่มจากลูกชายวัยประถมนำการบ้านมาถามคุณพ่อ ด้วยโจทย์ที่สั้นและกระชับว่า:
“มีเต้าหู้ 1 ก้อน อนุญาตให้ใช้มีดตัดได้เพียง 2 ครั้ง จะทำอย่างไรให้แบ่งออกมาได้ 8 ชิ้น เท่าๆ กัน?”
คุณพ่อท่านนี้รับโจทย์มาด้วยความมั่นใจเต็มร้อย คิดในใจว่าระดับปริญญาตรี โจทย์เลขประถมแค่นี้สบายมาก แต่ทว่า… ยิ่งคิดก็ยิ่งงง ยิ่งวาดรูปก็ยิ่งหาทางออกไม่เจอ
“ตัด 2 ที จะได้ 8 ชิ้นได้ยังไง? อย่างมากก็ได้แค่ 4 ชิ้น (ตัดกากบาท) ถ้าจะเอา 8 ชิ้นต้องตัด 3 ที (ผ่ากลางแนวนอนอีก 1 ที) ตามหลักเรขาคณิตสิ!”
ด้วยทิฐิและความมั่นใจว่าตัวเองถูก เขาจึงบอกลูกชายไปว่า “โจทย์ผิดแน่นอน! ครูพิมพ์ตกหรือเปล่า ลูกไปบอกครูนะว่าโจทย์ข้อนี้มันทำไม่ได้”
พ่อบุกโรงเรียน ก่อนจะ “หงายเงิบ” กลับมา
วันรุ่งขึ้น ลูกชายกลับมาพร้อมคำตำหนิจากคุณครู เพราะทำการบ้านไม่ได้ คุณพ่อได้ยินดังนั้นจึงของขึ้น รีบเดินทางไปโรงเรียนเพื่อขอเคลียร์กับคุณครูให้รู้เรื่อง ว่าทำไมถึงออกโจทย์ผิดๆ มาแกงเด็กแบบนี้
เมื่อเจอหน้าคุณครู พ่อเปิดฉากถามทันที: “คุณครูครับ เต้าหู้ก้อนเดียว ตัด 2 ที จะเป็น 8 ชิ้นได้ยังไง? โจทย์ข้อนี้ผิดหลักคณิตศาสตร์นะครับ”
คุณครูยิ้มรับอย่างใจเย็น ก่อนจะตอบกลับนิ่มๆ ว่า “โจทย์ไม่ได้ผิดค่ะ และเพื่อนๆ ในห้องก็ทำถูกกันหมด มีแค่ลูกคุณพ่อที่ไม่เข้าใจ… งั้นเดี๋ยวครูเฉลยให้ดูนะคะ”
เฉลยวิธีคิด: ไม่ใช่แค่ “คณิต” แต่คือ “เชาวน์ปัญญา”
คำตอบของคุณครูทำเอาคุณพ่อพูดไม่ออก เพราะนี่ไม่ใช่โจทย์คำนวณทื่อๆ แต่เป็นโจทย์ “Tofu Cut” ที่ต้องใช้จินตนาการและการประยุกต์ (Lateral Thinking)
วิธีทำคือ:
ครั้งที่ 1: ใช้มีดตัดแบ่งครึ่งเต้าหู้ในแนวนอน (ได้ 2 ชิ้น บน-ล่าง)
จุดพลิกแพลง: นำเต้าหู้ทั้ง 2 ชิ้นมาซ้อนกัน หรือจัดวางใหม่ (หรือใช้วิธีพับ/ซ้อนตามจินตนาการ หากเป็นวัตถุอื่น)
ครั้งที่ 2: ตัดลงไปอีกครั้งในมุมที่ผ่านชิ้นส่วนที่ซ้อนกันนั้น หรือใช้วิธีตัดแบบซิกแซก/ตัดผ่านมุมตามรูปทรงเรขาคณิตขั้นสูง (Topology)
(หมายเหตุ: ในทางปฏิบัติจริง การตัด 2 ครั้งให้ได้ 8 ชิ้น เป๊ะๆ อาจต้องใช้การ “ซ้อน” วัตถุแล้วตัด ซึ่งโจทย์ข้อนี้ต้องการวัดกึ๋นเรื่องการ “ไมยึดติดกับรูปทรงเดิม” คือเราสามารถขยับเต้าหู้ได้ ไม่ใช่ขยับได้แค่มีด)
บทเรียนราคาแพง: อย่าให้ความรู้เก่า ปิดกั้นการเรียนรู้ใหม่
คุณครูอธิบายเพิ่มเติมว่า พ่อแม่ยุคเก่ามักคุ้นชินกับ “การเรียนเพื่อสอบ” (Rote Learning) ที่คำตอบต้องตรงไปตรงมา 1+1=2 แต่การศึกษายุคใหม่เน้น “วิธีคิดที่ยืดหยุ่น” (Critical & Creative Thinking)
ถ้าเรายึดติดว่า “เต้าหู้ต้องวางอยู่เฉยๆ ห้ามขยับ” เราจะไม่มีวันแก้โจทย์นี้ได้
แต่ถ้าเราคิดนอกกรอบว่า “เป้าหมายคือผลลัพธ์ (8 ชิ้น)” เราจะหาวิธีจัดการกับตัวแปร (เต้าหู้) ได้หลากหลายขึ้น
เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนให้คุณพ่อต้องกลับไปขอโทษลูกชาย และเตือนสติผู้ปกครองหลายๆ คนว่า อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าสิ่งที่ลูกเรียนนั้น “ไร้สาระ” หรือ “ผิด” เพียงเพราะเราไม่เข้าใจ เพราะโลกการศึกษาตอนนี้ ไปไกลกว่ายุคที่เราเรียนมาเยอะแล้ว!














