ดราม่าเดือด! งานวัดฉาวจัดโปรฯ “ซุกเต้าล้างหน้า” แค่ 100 บาท หนุ่มๆ ฟินกันถ้วนหน้า ชาวเน็ตถามแรง “เกรงใจเทพเจ้าไหม?”
ตามปกติแล้ว “งานวัด” หรือ “งานแห่เจ้า” มักจะเป็นภาพของความศรัทธา ความคึกคัก และประเพณีอันดีงาม แต่ล่าสุดเกิดประเด็นดราม่าสนั่นโซเชียลไต้หวัน เมื่อมีคลิปหลุดออกมาเผยให้เห็นกิจกรรมสุดสยิวที่ทำเอาเส้นแบ่งระหว่าง “ความบันเทิง” กับ “อนาจาร” เริ่มเลือนลาง
คลิปดังกล่าวถูกแชร์ว่อนในกลุ่มเฟซบุ๊กไต้หวัน เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดชั้นในวาบหวิว ให้บริการสุดพิเศษแก่ลูกค้าชายกลางงานวัด สนนราคาเพียง 100 ดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 110 บาท) เท่านั้น!
100 เดียวเสียวสะท้าน! บริการ “กอดหัว-ซุกอก”
ในคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 2 นาทีครึ่ง ปรากฏภาพของหญิงสาวคนหนึ่งสวมชุดชั้นในสีม่วง คลุมทับด้วยเสื้อฮู้ดสีเทาแบบหลวมๆ เธอยืนอยู่ระหว่างขาของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ จากนั้นเธอได้โน้มตัวลงไป ใช้สองมือโอบรอบศีรษะของฝ่ายชาย แล้วดึงหน้าของเขาเข้ามาแนบชิดกับหน้าอกของเธอจนมิด
ชาวเน็ตต่างเรียกท่านี้ว่าบริการ “ล้างหน้าด้วยนม” หรือการแนบชิดแบบเนื้อแนบเนื้อ ซึ่งสร้างความฮือฮาและบรรยากาศวาบหวามไปทั่วบริเวณงาน หลังจากจบกิจกรรม ฝ่ายชายได้ควักธนบัตร 100 ดอลลาร์ไต้หวัน ยื่นให้เป็นทิป ซึ่งดูเหมือนจะเป็นราคามาตรฐานสำหรับบริการนี้
ชาวเน็ตเสียงแตก! ถามหาศีลธรรม หรือ ถามหาพิกัด?
ทันทีที่คลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์แตกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน:
ทีมรับไม่ได้: มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
- “ทำแบบนี้หน้าศาลเจ้า ไม่กลัวฟ้าดินลงโทษเหรอ?”
- “นี่มันงานวัดหรืองานอะไรกันแน่? อนาจารเกินไปไหม”
- “ดูถูกผู้หญิง และทำลายวัฒนธรรมประเพณี”
- “เรื่องความสะอาดก็น่าห่วงนะ เอาหน้าไปซุกต่อๆ กันแบบนั้น”
ทีมอยากไป (และทีมสายฮา): มองว่าเป็นสีสันความบันเทิง และราคาก็ย่อมเยา
- “ศีลธรรมอยู่ตรงไหน? มารยาทอยู่ตรงไหน? …แล้วงานจัดที่ไหนครับ?”
- “100 เดียวเองหรอ? ถูกกว่าค่าข้าวอีก”
- “ถือว่าเป็นบริการล้างหน้า โฟมล้างหน้ายี่ห้อนี้ดูนุ่มดีนะ”
- “ทำบุญได้ชาติหน้า ซุกหน้าได้ชาตินี้”
สรุปแล้ว “เกินงาม” หรือ “เรื่องปกติ”?
แม้จะยังไม่มีการระบุชัดเจนว่างานนี้จัดขึ้นที่วัดไหน แต่กรณีนี้ได้จุดประเด็นถกเถียงในสังคมไต้หวันอีกครั้งว่า ขอบเขตของความบันเทิงในงานประเพณีควรอยู่ตรงไหน? การใช้นางแบบวาบหวิวเพื่อดึงดูดคนเข้างาน เป็นเรื่องที่ยอมรับได้จริงหรือ? หรือนี่เป็นเพียงกลยุทธ์เรียกแขกที่ล้ำเส้นศีลธรรมไปแล้วกันแน่














