Home ข่าว ข่าวสังคม ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เสียหายกว่า 20 ลำ

ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เสียหายกว่า 20 ลำ

22

ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง เสียหายกว่า 20 ลำ เจ้าของเรือทรุด เผย มูลค่าลำละ 5 ล้าน ต้องแจ้งยกเลิกลูกค้ากว่า 100 คน ความเสียหายเยอะมาก

วันที่ 7 ม.ค.2569 นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุ ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่า หลังจากจังหวัดรับแจ้งเหตุ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ในทันที

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เบื้องต้นทราบว่า ต้นเพลิงเกิดจากการระเบิดและลุกไหม้ขึ้นที่เรือสปีดโบ๊ตลำแรก ก่อนที่กระแสลมทะเลจะพัดพาเอาสะเก็ดไฟปลิวไปติดเรือสปีดโบ๊ตลำอื่น ๆ ที่จอดเทียบท่าอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้มีเรือสปีดโบ๊ตได้รับความเสียหายกว่า 20 ลำ.

ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต

ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากเทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ เทศบาลตำบลวิชิต และเทศบาลตำบลกะรน รวมถึงศูนย์ไข่มุก องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ได้ระดมรถดับเพลิงและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงอย่างเร่งด่วน โดยใช้วิธีตัดเชือกและแยกเรือแต่ละลำออกจากกันให้ห่างมากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังเรือลำอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอยู่ในช่วงน้ำทะเลลง ทำให้การเข้าดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ทันที

ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต

ด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูเก็ตจัดหาโฟมเข้าฉีดสกัด เพื่อป้องกันการกระจายตัวของน้ำมันในทะเล พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบพื้นที่ และเร่งดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้โดยละเอียด

ทั้งนี้ มีผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต, นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต

ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต

นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, นายจรัญ ขวัญแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

ต่อมา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สั่งการให้ตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างเร่งด่วน พร้อมให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ และเส้นทางโดยรอบทั้งหมด เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุ เรือทุกลำมีการเติมน้ำมันไว้เต็มถัง เพื่อเตรียมให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ

ทั้งนี้ จากการประเมินความเสียหายล่าสุด พบว่ามีเรือได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ กว่า 20 ลำ ขณะที่ในช่วงสาย เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปเคลื่อนย้ายเรือได้ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้เร่งเคลื่อนย้ายเรือออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการเกิดตะกอนและขยะตกค้างในทะเล รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล

ผู้สื่อข่าวสอบถามเจ้าของเรือรายหนึ่งที่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ต กล่าวว่า เรือสปีดโบ๊ตของตนได้รับความเสียหาย 3 ลำ มูลค่าเรือลำใหญ่ลำละ 5 ล้านบาท ปกติตนทำทริปเกาะราชา-เกาะเฮ

วันนี้มีนักท่องเที่ยวจองมาเต็ม แต่ว่าตนไม่สามารถพาลูกค้าออกเที่ยวได้ จึงแจ้งยกเลิกลูกค้า ซึ่งวันนี้มีนักท่องเที่ยว 100 กว่าคน ซึ่งความเสียหายเยอะมาก