Home ข่าว ข่าวสังคม “ชูวิทย์” มาอีกแล้ว งานนี้ ตรง ๆ ถึง “ศิริกัญญา” แบบไม่ต้องอ้อมค้อม

“ชูวิทย์” มาอีกแล้ว งานนี้ ตรง ๆ ถึง “ศิริกัญญา” แบบไม่ต้องอ้อมค้อม

127

“ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ได้ออกมาโพสต์ข้อความล่าสุดผ่านเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เผยว่า

แก้รัฐธรรมนูญ หรือแก้ปากท้อง

. พรรคส้มเป็นพรรคที่ขยันขันแข็ง มีพลังเหลือเฟือในการหาเสียง ไม่ว่าเวทีปราศรัย หรือเดินเท้าตามตลาด

. พรรคอื่นขยันสู้ไม่ได้ บางพรรคหายไปด้วยซ้ำ

. แต่ความขยันลงพื้นที่ ทำให้ต้องไปเจอชาวบ้านไถ่ถามมาก ถึงสิ่งที่คนหนุ่มสาวของพรรคส้มจะทำ

เมื่อไหม (ศิริกัญญา ตันสกุล) เดินหาเสียงตามตลาด จึงเจอคำถามซื่อๆ ง่ายๆ ของลุงร้านกรอบพระที่ถามว่า

. “ทำไมไม่แก้ปัญหาปากท้อง มัวแต่จะแก้รัฐธรรมนูญ?”

. ไหมได้พยายามยืนชี้แจงให้ลุงฟัง แต่คำพูดของไหมเหมือนหินที่ถูกโยนลงน้ำ ได้ยินครั้งเดียวแล้วหาย

. แม้จะอธิบายหลักการว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาต่างๆ นานา

. แต่ลุงไม่รับฟัง ยังย้อนถามแค่สั้นๆ แต่โดนใจ “แก้ปัญหาปากท้องประชาชนก่อนไม่ดีกว่าหรือ?“

. ไหมยังพยายามอธิบายชี้แจงให้ฟัง เหมือนลุงเป็น ”ฝ่ายค้าน“ และไหมเป็น ”รัฐบาล“ ที่กำลังตอบโต้กันให้เข้าใจ

. แท้จริงแล้วเสียงของลุงชาวบ้าน คือเสียงสะท้อนอย่างแท้จริงของประชาชนคนเดินดินทั่วไป ที่นักการเมืองจะต้องรับฟังเท่านั้น

. ไม่มีหน้าที่ไปโต้เถียง เสนอความเชื่อของตัวเองให้ชาวบ้านไปเชื่อตามด้วย

. หลายงานผิดคิวที่พรรคส้มพยายามตามตื๊อชี้แจงให้ชาวบ้านฟังด้วยระยะเวลาสั้นๆ

. ต้องยอมรับว่ายังไกลเกินกว่าที่ประชาชนทั่วไปจะตามทัน

แต่ความเชื่อความศรัทธาในการเมืองใหม่ อย่างที่บรรดาอาจารย์ นักวิชาการ พยายามนำเสนอให้ธนาธร ผ่านนักการเมืองใหม่พรรคส้ม คือ

. “ทำเรื่องใหญ่ไปหาเรื่องเล็ก ทำเรื่องไกลไปหาเรื่องใกล้”

. การแก้รัฐธรรมนูญอยู่ห่างไกลจากความรู้สึกของชาวบ้านร้านตลาดมากกว่าปัญหาปากท้อง

. สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือท้องอิ่มก่อน อันถือเป็นเรื่องใกล้ตัวสุด

. ธนาธร ไหม เท้ง เอาแต่ทำเรื่องใหญ่ๆ อย่างลดขนาดกองทัพ แก้รัฐธรรมนูญ จนเลยไปถึงการแก้ ม.112 ที่กลายเป็นเรื่องตั้งแต่คราวที่แล้ว

. แม้ครั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญห้ามใช้เรื่อง ม.112 เป็นนโยบายหาเสียง แต่ไม่ได้ห้ามไปถึงการแก้ไขในสภา

. พรรคส้มก็ยังไม่ได้พูดอย่างชัดเจนว่าหากได้เป็นเสียงส่วนมาก เป็นรัฐบาลในรอบหน้า จะมีการผลักดันให้แก้ไข ม.112 ในสภา หรือไม่?

. นี่ก็ยังไม่ทำให้ประชาชนไว้วางใจได้

. หาเสียงรอบนี้ก็มุ่งแต่เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเพิ่งถูกพรรคน้ำเงินหักหลังมา แต่เรื่องปากท้องกลับกลายเป็นเรื่องเล็กตามหลัง

. ตามสไตล์ธนาธร “เรื่องใหญ่ๆ เราทำ เรื่องเล็กๆ เราไม่นำเสนอ“

. ลุงประชาชนคนเดินดินจึงมองเห็นว่า “ควรแก้จากเรื่องเล็กไปเรื่องใหญ่”

. เอาเรื่องใกล้ตัวประชาชนที่เดือดร้อนก่อน อย่างเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ การค้าขาย

. นี่คือความไม่เข้าใจ แต่ไม่ใช่ลุงไม่เข้าใจที่ไหมชี้แจงให้ลุงเปลี่ยนความคิด

. มันเป็นไหมเองต่างหากที่ไม่เข้าใจถึงก้นบึ้งของหัวใจชาวบ้านธรรมดา

. เมื่อนักการเมืองลงพื้นที่ คำพูดที่สะท้อนออกมาจากชาวบ้านมันซื่อๆ ตรงๆ ชัดเจนที่สุดแล้ว

. หากไม่เข้าใจหัวอกชาวบ้าน เมื่อไหมและพรรคส้มได้เป็น ส.ส. หรือเป็นรัฐบาล จะไปทำงานเข้าใจประชาชนได้หรือ?

. มันเป็นโจทย์สำคัญที่พรรคส้มต้องมองให้ออก ว่าจะครองใจคนส่วนมากได้อย่างไร หากคิดอยากให้ประชาชนโหวตเสียงให้เป็นพรรคเดียวจัดตั้งรัฐบาล

. เที่ยวนี้มันยากนะครับ ไม่ได้หาเสียงง่ายเหมือนครั้งก่อนๆ

. พรรคส้มไม่ได้เป็น ”ของใหม่“ ในสายตาของคนไทยที่จะลองให้โอกาส

. แต่กลายเป็น “ของแสลง” ที่สังคมเคลือบแคลงใจไปเสียแล้ว

ชูวิทย์ มาอีกแล้ว งานนี้ ตรง ๆ ถึง ศิริกัญญา แบบไม่ต้องอ้อมค้อม