สิ่งที่หลายคนพบมักเป็น นิ่วทอนซิล (Tonsil Stones) หรือที่บางคนเรียกกันว่า “ก้อนขาวในทอนซิล” เป็นก้อนเล็ก ๆ ที่เกิดจากเศษอาหาร น้ำลาย เซลล์ที่ตายแล้ว และแบคทีเรียไปสะสมอยู่ในร่องของต่อมทอนซิล จนจับตัวแข็งเป็นเม็ด
โดยทั่วไปนิ่วทอนซิลมักมีลักษณะ
สีขาว เหลือง หรือออกครีม
ขนาดเล็กตั้งแต่เม็ดข้าวสารไปจนถึงใหญ่กว่านั้น
มีกลิ่นเหม็น เพราะเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย

ทำไมถึงรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ?
หลายคนที่มีนิ่วทอนซิลจะรู้สึกเหมือนมีอะไรค้างอยู่ในลำคอ เพราะก้อนนิ่วไปติดอยู่บริเวณร่องทอนซิล ทำให้เกิดอาการ
ระคายคอ ไอเรื้อรัง
กลืนแล้วเหมือนมีอะไรติด
เจ็บคอเป็น ๆ หาย ๆ
มีกลิ่นปาก แม้แปรงฟันแล้ว
บางคนไม่มีอาการเลยจนกระทั่งเม็ดหลุดออกมาเอง
นิ่วทอนซิลอันตรายไหม?
โดยส่วนใหญ่ ไม่อันตรายและไม่ใช่มะเร็ง แต่หากเป็นบ่อย ๆ หรือก้อนใหญ่ อาจทำให้เกิดการอักเสบของทอนซิล เจ็บคอเรื้อรัง หรือส่งผลต่อการหายใจและการกลืนได้
กรณีที่ควรพบแพทย์ทันที ได้แก่
เจ็บคอรุนแรง มีไข้
ต่อมทอนซิลบวมแดงมาก
กลืนลำบาก หรือหายใจลำบาก
มีก้อนขึ้นซ้ำบ่อยและใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ใครเสี่ยงเป็นนิ่วทอนซิลมากที่สุด?

นิ่วทอนซิลมักพบในคนที่
ต่อมทอนซิลมีร่องลึก (มี “หลุมทอนซิล”)
เป็นทอนซิลอักเสบบ่อย
มีน้ำมูกไหลลงคอเรื้อรัง
ดื่มน้ำน้อย ปากแห้ง
สุขอนามัยช่องปากไม่ดีพอ
วิธีลดโอกาสเกิดนิ่วทอนซิล
ถ้าไม่อยากให้กลับมาเป็นซ้ำ ลองทำตามนี้
✅ แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันสม่ำเสมอ
✅ บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ
✅ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดปากแห้ง
✅ ใช้แปรงลิ้นช่วยลดแบคทีเรีย
✅ หากเป็นบ่อย ควรพบแพทย์หูคอจมูกเพื่อตรวจ
ข้อควรระวัง: ไม่ควรใช้อุปกรณ์แหลมแคะทอนซิลเอง เพราะเสี่ยงเลือดออกและติดเชื้อ
สรุป
เม็ดที่หลุดออกมาจากลำคอในหลายกรณีคือ นิ่วทอนซิล ซึ่งเกิดจากเศษอาหารและแบคทีเรียสะสมในร่องทอนซิล แม้ส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่ก็เป็นสาเหตุของกลิ่นปากและความระคายคอได้ หากเป็นซ้ำบ่อยหรือมีอาการเจ็บคอรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างถูกต้อง






















