เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ร.ต.อ.ชนกานต์ สัมฤทธิ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยความคืบหน้าเหตุสลด หลังได้รับแจ้งเมื่อเวลา 23.13 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม ว่า มีผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่อำเภออุทุมพรพิสัย จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยและกู้ชีพเข้าตรวจสอบ
ภายในบ้านพบร่างหญิงสาวอายุ 27 ปี และลูกสาววัย 2 ขวบ เสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน โดยพบจดหมายลาตาย 1 ฉบับ มีข้อความระบุว่า “ขอโทษ อยู่บ่ไหวแล้วจริง ๆ บ่มีความสุขเลย” พร้อมเงินสดจำนวน 3,527 บาท ที่ผู้เสียชีวิตตั้งใจฝากไว้ให้มารดา
เจ้าหน้าที่ได้นำร่างของหญิงสาวไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ส่วนร่างของเด็กหญิงถูกส่งชันสูตรที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศรีสะเกษ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด
เช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเกิดเหตุ พบว่ายังมีหม้อแกงจืดฟักใส่ไก่ที่ผู้เสียชีวิตทำไว้แต่ยังไม่ได้รับประทาน ขณะที่ญาติได้พาไปดูจุดที่พบร่างของทั้งแม่และลูก
น้าสาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า หลังโทรศัพท์หาแต่ไม่มีผู้รับสาย จึงเดินทางมาที่บ้านและเรียกอยู่หลายครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบรับ ก่อนให้สามีและหลานชายปีนขึ้นไปดูทางช่องด้านบน จึงพบร่างของทั้งสองเสียชีวิตอยู่ภายในห้อง
ผลการชันสูตรเบื้องต้นพบว่า บริเวณลำคอของเด็กหญิงมีร่องรอยคล้ายรอยเล็บหลายแห่ง ทำให้คาดว่าเด็กอาจเสียชีวิตก่อน จากนั้นผู้เป็นแม่จึงตัดสินใจจบชีวิตตาม อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แน่ชัดยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่
น้าสาวยังเผยอีกว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนเก็บตัว ใช้ชีวิตอยู่กับลูกสาวเป็นส่วนใหญ่ และมักไม่ค่อยออกไปพบปะผู้คน โดยเชื่อว่าสาเหตุอาจมาจากความเครียดและความน้อยใจสามีที่มักใช้เวลาอยู่กับเพื่อน ซึ่งสอดคล้องกับข้อความที่ผู้เสียชีวิตเขียนไว้ในจดหมาย รวมทั้งได้จัดการแบ่งเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และเหลือเงินฝากไว้ให้แม่ก่อนเสียชีวิต
ด้านน้าเขยของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 14.00-22.00 น. ไม่สามารถติดต่อผู้เสียชีวิตได้ ญาติเริ่มผิดสังเกตจึงพากันมาเคาะประตูเรียก แต่ไม่มีการตอบรับ ก่อนตัดสินใจนำบันไดไปปีนดูทางห้องน้ำที่ติดกับห้องนอน และพบว่าทั้งสองเสียชีวิตแล้ว
น้าเขยเล่าด้วยว่า ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง ผู้เสียชีวิตยังทำยำมะม่วง รับประทานผลไม้ และพูดคุยกับญาติเป็นปกติ ไม่มีท่าทีผิดสังเกต พร้อมยอมรับว่าไม่คิดว่าจะเกิดเหตุสลดเช่นนี้
นอกจากนี้ ญาติยังเปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายวันเกิดเหตุ มีผู้ได้ยินผู้เสียชีวิตพูดคุยโทรศัพท์กับสามี โดยมีใจความทำนองว่า “ถ้าไม่สนใจก็มาหย่ากัน” ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผู้เสียชีวิตเกิดความเครียด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างละเอียดเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญความเครียด ความสิ้นหวัง หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง สามารถขอความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจ บุคลากรทางการแพทย์ หรือสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเผชิญเรื่องเหล่านี้เพียงลำพัง

















