Home ทั่วไทย อุทาหรณ์เตือนใจ 2 สามีภรรยา หลบฝนในตึกร้าง สุดท้ายถูกดำเนินคดีบุกรุก

อุทาหรณ์เตือนใจ 2 สามีภรรยา หลบฝนในตึกร้าง สุดท้ายถูกดำเนินคดีบุกรุก

18

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โลกออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Siripakorn Meng เพื่อเป็นอุทาหรณ์เกี่ยวกับการเข้าไปในพื้นที่ของผู้อื่น แม้จะเป็นอาคารร้าง ไม่มีรั้ว หรือไม่มีป้ายห้ามก็ตาม เพราะยังถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีเจ้าของและอาจเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกได้

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 23.30 น. ตำรวจ สภ.เมืองสกลนคร รับแจ้งเหตุมีผู้บุกรุกเข้าไปในตึกร้างแห่งหนึ่ง ถนนนิตโย ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบเป็น สามีวัย 50 ปี และภรรยาวัย 60 ปี ซึ่งมีอาชีพขายไอศกรีม เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์พ่วงข้างจาก อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อไปหาหลานที่ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร แต่ระหว่างทางเกิดฝนตกหนัก จึงเข้าไปหลบฝนและตั้งใจจะพักค้างคืนก่อนเดินทางต่อในช่วงเช้า โดยไม่พบว่ามีทรัพย์สินภายในเสียหาย

อย่างไรก็ตาม เจ้าของอาคารซึ่งเป็นแพทย์ ไม่ประสงค์ยอมความ และได้แจ้งความดำเนินคดี ทำให้ตำรวจนำตัวทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันบุกรุกเคหะในเวลากลางคืน”

ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องคดี และในช่วงเย็นวันเดียวกัน ศาลจังหวัดสกลนคร มีคำพิพากษาโดยใช้ดุลพินิจให้ รอลงอาญา และเปลี่ยนโทษปรับเป็น การทำงานบริการสังคม

หลังเสร็จสิ้นคดี ทั้งสองไม่มีที่พัก จึงมาขออาศัยพักค้างคืนที่โรงจอดรถของ สภ.เมืองสกลนคร ก่อนออกเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น โดยได้รับความเมตตาจากผู้กำกับสถานีและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จัดหาอาหารและน้ำดื่มให้

เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่เพื่อเตือนประชาชนว่า การเข้าไปในที่ดินหรืออาคารของผู้อื่น แม้จะเป็นอาคารร้างและมีเจตนาเพียงหลบฝนหรือพักชั่วคราว ก็อาจมีความผิดฐานบุกรุกได้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองพื้นที่ ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงการใช้ดุลพินิจของศาลและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังทั้งสองได้รับการปล่อยตัว

เรียบเรียง สยามนิวส์