Home การเมือง ผลชันสูตรอึ้ง สาเหตุเสียชีวิตแท้จริงเหยื่อโรงเบียร์ทุกคน ถึงว่าความสูญเสียหนักมาก!

ผลชันสูตรอึ้ง สาเหตุเสียชีวิตแท้จริงเหยื่อโรงเบียร์ทุกคน ถึงว่าความสูญเสียหนักมาก!

747

สุดสะเทือนใจ เปิดผลนิติเวช ชันสูตรหาสาเหตุเสียชีวิตของเหยื่อโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทุกคนไม่ได้เสียชีวิตเพราะเปลวไฟโดยตรง
ผบช.น. เร่งรัดคดีเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เล็งฟันข้อหาหนักเจ้าของร้านและเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบปล่อยปละละเลย เผยผลนิติเวชเหยื่อทุกรายดับสลดจากก๊าซพิษคาร์บอนมอนอกไซด์และไซยาไนด์ ชี้ปมประมาทลักลอบเพิ่มขนาดไฟ-ล็อกประตูหนีไฟ ทำหนีไม่ทัน

ความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 ก.ค. 2569 ที่สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 และ พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน ได้ร่วมกันเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนกำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียด โดยมีการสอบปากคำพนักงานในร้านเพิ่มเติมเพื่อขยายผลในประเด็น “หุ้นลม” นอกเหนือจากชื่อเจ้าของร้านและมารดาที่ปรากฏในเอกสารจัดตั้ง พร้อมทั้งสั่งตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังทั้งหมด เพื่อดูว่ามีการโอนจ่ายรายได้ไปให้บุคคลใดบ้าง

สำหรับสถานะของผู้เกี่ยวข้อง พี่สาวของเจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการ แต่ไม่มีชื่อในหุ้น ได้เข้าให้ปากคำแทนเจ้าของร้านตัวจริงที่ยังคงบาดเจ็บสาหัส ต้องใส่ท่อช่วยหายใจและยังไม่รู้สึกตัว โดยตำรวจได้เตรียมฐานความผิดไว้รอแจ้งข้อกล่าวหาทันทีเมื่ออาการดีขึ้น ได้แก่ ข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ข้อหาต่อเติมดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหากระทำการโดยประมาททำให้เกิดเพลิงไหม้ รวมถึงการตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับการเปิดสถานบริการเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกันได้ประสานสำนักงานเขตจตุจักรเพื่อขอเอกสารข้อมูลการขอใบอนุญาต โดย ผบช.น. ย้ำว่า หากพบว่าเจ้าหน้าที่เขตมีความบกพร่องหรือปล่อยปละละเลยในการตรวจตราอาคาร ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน ส่วนประเด็นวัสดุเพดานและทางหนีไฟที่ไม่ครบตามมาตรฐาน อยู่ระหว่างรอรายงานผลการตรวจอย่างเป็นทางการจากกองพิสูจน์หลักฐาน

นอกจากนี้ ผลการตรวจทางนิติเวชพบข้อมูลสำคัญว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดไม่ได้เสียชีวิตจากเปลวไฟโดยตรง แต่เกิดจากการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากสูดดมก๊าซพิษคาร์บอนมอนอกไซด์และไซยาไนด์ ซึ่งขัดขวางการนำออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อ และอาจทำให้เสียชีวิตได้ภายใน 4 นาที

สารพิษดังกล่าวยังส่งผลกระทบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปช่วยเหลือประชาชนเกิดอาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจและสำลักควันอย่างรุนแรง จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งล่าสุดปลอดภัยและกลับบ้านได้แล้ว โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ เพื่อมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณให้แก่ตำรวจทุกนาย