สั่งฟ้องคดี ม.112 ‘ยาใจ ทะลุฟ้า’ กล่าวหาชูสามนิ้วต่อหน้าสมเด็จพระเทพฯ ในพิธีรับปริญญา มข. โดยไม่แสดงความเคารพสักการะ
.
28 พ.ย. 2568 ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น มีคำสั่งฟ้องคดีของ “ยาใจ” ทรงพล สนธิรักษ์ บัณฑิตจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และอดีตนักกิจกรรมกลุ่มทะลุฟ้า วัย 26 ปี ในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) หลังจากถูกกล่าวหาว่าแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ‘ชูสามนิ้ว’ ต่อพระพักตร์กรมสมเด็จพระเทพฯ ระหว่างพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2565 และเผยแพร่โดยการให้สัมภาษณ์ต่อเพจ “ทะลุมข” และ “The Isaan Record” โดยถูกสั่งฟ้องเป็น 3 กรรม
.
ภายหลังศาลมีคำสั่งรับฟ้อง ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี ในวงเงิน 150,000 บาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใด ๆ โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์
.
.
เกี่ยวกับคดีนี้ พบว่าเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2565 เพจ “ทะลุฟ้า” ได้โพสต์ข้อความและภาพ ระบุว่า “ยาใจ-ทะลุฟ้า แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ชูสามนิ้ว ระหว่างเข้าพิธีรับปริญญา ณ หอกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น”
.
ต่อมาทรงพลถูกตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ออกหมายเรียกในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” และได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2566 จึงพบว่าคดีนี้มีผู้กล่าวหาคือ กมล กิจกสิวัฒน์ ผู้สมัคร สส. จังหวัดขอนแก่น เขต 1 ของพรรคไทยภักดี ในการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งก่อนหน้านั้นยังเป็นตัวแทนกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเคยเป็น ประธาน กปปส.ขอนแก่น อีกด้วย
พนักงานสอบสวนส่งสำนวนคดีนี้ไปยังพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2567 เป็นเวลาเกือบ 2 ปี ก่อนที่พนักงานอัยการจะมีคำสั่งฟ้องต่อศาลจังหวัดขอนแก่นในวันนี้
.
⭕️กล่าวหาชูสามนิ้วต่อหน้าสมเด็จพระเทพฯ ในฐานะผู้แทนองค์พระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์โดยไม่ได้แสดงความเคารพ-ปฏิบัติตามขั้นตอนรับปริญญา
.
กิตติพัฒน์ จำปาศิริ พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้เรียงฟ้องคดีนี้ โดยฟ้องในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) โดยคำฟ้องระบุใจความสำคัญว่า จำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ
.
1. เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2565 รัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาประกอบพระราชกรณียกิจพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี 2564 ณ หอประชุมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น
.
ขณะที่จำเลย บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรนั้น จำเลยได้บังอาจยกมือซ้ายขึ้นเหนือศีรษะแล้วชูสามนิ้ว คือนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางเรียงชิดติดกัน โดยหัวแม่มือกดทับนิ้วก้อยไว้ต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระเทพฯ ซึ่งเป็นผู้แทนองค์พระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงออกถึงข้อเรียกร้องทางการเมืองต่อต้านอำนาจเผด็จการให้หยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยไม่ได้แสดงความเคารพสักการะและปฏิบัติตามขั้นตอนการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
.
2. ต่อมาในวันที่ 28 ธ.ค. 2565 จำเลยได้บังอาจนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยการให้สัมภาษณ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ทะลุมข – thalu kku” เกี่ยวกับสาเหตุการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ชูสามนิ้วในระหว่างเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรต่อหน้าสมเด็จพระเทพฯ โดยมีภาพพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ภาพสัมภาษณ์ของจำเลย และภาพแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว
.
จำเลยยืนยันว่าการกระทำถูกต้องสามารถกระทำได้ ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
.
3. เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2566 จำเลยได้บังอาจนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยการให้สัมภาษณ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ISAANRECORD” เกี่ยวกับสาเหตุการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ชูสามนิ้วในระหว่างเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรต่อหน้าสมเด็จพระเทพฯ โดยมีภาพพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ภาพสัมภาษณ์ของจำเลย และภาพแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว
.
จำเลยยืนยันว่าการกระทำถูกต้องสามารถกระทำได้ ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
.
ตอนท้ายของคำฟ้อง ได้ระบุว่า หากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ขอให้อยู่ในดุลพินิจของศาล
.
ภายหลังศาลมีคำสั่งรับฟ้อง ทรงพลถูกนำตัวไปขังที่ใต้ถุนศาลตั้งแต่เวลา 11.15 น. ต่อมาถูกเรียกตัวไปที่ศูนย์คุ้มครองสิทธิฯ พร้อมกับทนายความ โดยทรงพลให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาและยืนยันต่อสู้คดี โดยทนายความระบุว่า การกระทำที่ถูกกล่าวหาไม่เข้าองค์ประกอบตามมาตรา 112
.
จากนั้นในเวลาประมาณ 15.00 น. เศษ ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างพิจารณาคดี ในวงเงิน 150,000 บาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใด ๆ เพิ่มเติม โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ ศาลกำหนดนัดคุ้มครองสิทธิและตรวจพยานหลักฐานต่อไปในวันที่ 22 ธ.ค. 2568
.
อย่างไรก็ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ระบุว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุก 3-15 ปี” เห็นได้ว่าตัวบทกฎหมายคุ้มครองบุคคลที่อยู่ใน 4 สถานะเท่านั้น ได้แก่ พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งในคดีนี้ทรงพลถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 จากการแสดงออกต่อสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นบุคคลตามองค์ประกอบตามมาตรา 112 แต่อย่างใด
.
ในสมัยรัชกาลที่ 9 เมื่อปี พ.ศ. 2532 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการฟ้องร้องดำเนินคดีตามมาตรา 112 ในส่วนที่เกี่ยวกับสมเด็จพระเทพฯ ไว้ว่า สมเด็จพระเทพฯ ไม่ใช่องค์รัชทายาท จึงเห็นว่าตำรวจจะดำเนินคดีตามมาตรา 112 ไม่ได้ รวมถึงเคยมีแนวคำวินิจฉัยของศาลในบางคดีก่อนหน้านี้ ก็ตีความสมเด็จพระเทพฯ มิใช่องค์รัชทายาท จึงไม่เข้าองค์ประกอบแห่งความผิดตามมาตรา 112
.
สำหรับ ทรงพล สนธิรักษ์ ถูกดำเนินคดีจากการออกมาชุมนุมและแสดงความคิดเห็นทางการเมืองทั้งสิ้น 25 คดี โดยถูกดำเนินคดีในข้อหามาตรา 112 จำนวน 1 คดี คือคดีที่มีคำสั่งฟ้องในวันนี้






















