กลายเป็นคดีที่ถูกจับตามองอย่างหนัก และยังคงเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีของ “เสือ ดุสิต” หรือ นายสัมฤทธิ์ อายุ 40 ปี ที่ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย “มิรา ดุรงคชยานุรักษ์” อายุ 36 ปี แฟนสาว จนได้รับบาดเจ็บ และยังถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในคดีเกี่ยวกับการข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง

ส่วนประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนกระทำชำเรา เสือ ดุสิต ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าทั้งคู่พักอาศัยอยู่ด้วยกันมานานหลายเดือน และในคืนเกิดเหตุไม่มีการบังคับขู่เข็ญหรือใช้กำลังตามที่ถูกกล่าวหา อย่างไรก็ตาม เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังคงเป็นเพียงคำชี้แจงจากฝ่ายผู้ต้องหาเท่านั้น ขณะที่รายละเอียดทั้งหมดจะต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมต่อไป ขณะเดียวกัน กระแสของคดีดังกล่าวยังลุกลามไปสู่โลกโซเชียล เมื่อบุคคลที่เคยรู้จักกับเสือ ดุสิต ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

หนึ่งในนั้นคือ “หรั่ง พระนคร” ที่ออกมาเล่าถึงความสัมพันธ์ในอดีต โดยระบุว่าเคยรู้จักกับเสือ ดุสิต ตั้งแต่ช่วงที่อยู่ภายในเรือนจำ หรั่งเล่าว่า ในช่วงเวลานั้นตนได้รับหน้าที่ดูแลเสือ ดุสิต ตามคำขอของเพื่อนที่รู้จักกันมาก่อน พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ความขัดแย้งหลายครั้งที่เคยเกิดขึ้นภายในเรือนจำ รวมถึงบุคลิกและพฤติกรรมของเสือในอดีต

อย่างไรก็ตาม หลังโพสต์ดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หรั่ง พระนคร ได้ออกมาโพสต์ขอโทษ โดยยอมรับว่าการพูดถึงเรื่องราวในอดีตของเสือ ดุสิต ในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญปัญหา อาจเป็นการซ้ำเติมโดยไม่ตั้งใจ เจ้าตัวยังกล่าวขอโทษเพื่อน ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโพสต์ดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าจะใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างระมัดระวังมากขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ “โค้ก ซีโร่” ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเสือ ดุสิต ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความให้กำลังใจเช่นกัน โดยระบุว่า ผมเชื่อว่าเสือยังไงก็คือเสือ ไม่ว่ามันจะอยู่ในกรงหรืออยู่ข้างนอก แต่ขอให้ใช้สติในการใช้ชีวิต ขอให้เก็บมันเป็นบทเรียน ล้มก็ลุกขึ้นได้ผิดแล้วก็แก้ไข เหมือนกับที่เพื่อนเคยให้กำลังใจผม ..วันนี้ผมก็ขอเอาใจช่วยเพื่อน อยู่ข้างๆเสมอ #เสือดุสิต #ต้องอยู่กับความจริง #ข้างในใครจาลู้ #กาลครั้งหนึ่งbyโค้กซีโร่ ดูน้อยลง

และอีกโพสต์ โค้ก ซีโร่ โพสต์ว่า ผมรู้ว่าแกไม่ได้กลัวคุก แต่ผมอยากให้เวลาที่อยู่ข้างใน ทบทวนสิ่งที่เราทำ ปล่อยให้เวลาเป็นบทเรียน ผิดหรือถูก แกรู้ดีกว่าคนอื่น มองกลับมาก็ยังมี “เพื่อน” คนนี้เสมอ



















