เป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้า เมื่อ น.ส.เนติพร หรือ บุ้ง ทะลุวัง วัย 29 ปี ผู้เรียกร้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม พ่อเป็นผู้พิพากษา เริ่มต้นชีวิตการเมืองด้วยการเข้าร่วมม็อบ กปปส. จนมาพลิกผันเป็นแกนนำกลุ่มทะลุวัง สู่นักโทษคดี ม.112 ได้เสียชีวิตลงแล้ว ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์

โดยจากเพจเฟซบุ๊ก ทะลุวัง – ThaluWang เผยแพร่จดหมายสุดท้ายของบุ้งที่เขียนไว้เมื่อ 14 มี.ค.67 ระบุว่า สวัสดีค่ะ บุ้งนะคะ นี่ก็ล่วงเลยมาเป็นเดือนแล้วที่บุ้ง ตะวัน และแฟรงค์ ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพราะเราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในประเทศที่เรารัก

ตั้งแต่เล็กจนโต การเป็นลูกสาวตุลาการของบุ้ง ทำให้บุ้งได้รับรู้ว่าประเทศนี้ ไม่ได้มีอยู่ เพื่อให้ความยุติธรรมกับประชาชนคนตัวเล็กๆเอาเสียเลย

จนถึงตอนนี้ ทุกอย่างชัดเจน ไม่ต้องเป็นลูกผู้พิพากษาก็คงเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมนี้ล้มเหลวขนาดไหน การมีอยู่ของพวกเขาไม่เคยดำเนินไปเพื่อประชาชน แต่กลับตั้งอยู่เพื่อพวกผู้มีอำนาจ และคนไม่กี่กลุ่มในประเทศอย่างหน้าไม่อาย พวกเขาคิด พวกเขาทำกันอย่างโจ่งแจ้ง ไม่อายสายตาประชาชนแล้วจะให้เราอยู่เฉยๆได้ยังไง

แค่ตั้งคำถามก็ติดคุก แค่บีบแตรก็ติดคุก

ถ้ากล้าทำกันขนาดนี้ โดยไม่อายสายตาชาวโลก ทำไมไม่สั่งประหารกันเลยล่ะคะ พวกคุณอยากกำจัดเราอยู่แล้ว รัฐประหารเวลาชีวิตของเราด้วยนิติสงคราม ขโมยอนาคตไปจากพวกเรา สั่งฆ่ า สังหารหมู่ คน 6 ตุลา คนเสื้อแดงก็ทำมาแล้ว

ถ้าไม่ยอมปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้พวกเรา ก็เอาชีวิตพวกเราอีก 3 คนเลย พวกเรายินดีแลก เพราะถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส บุ้งไม่ขอเป็นทาส ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติไหน ขอตายอย่างที่เราได้เลือก ตายอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

สังคมไทยมักเป็นแบบนี้เสมอ คือบอกให้คนที่สู้ เลิกสู้ เพราะประชาชนก็ไม่เชื่อมั่นในตัวเองว่า จะสามารถต่อกรกับรัฐเผด็จการได้ แทนที่จะบอกให้คนที่กล้าหาญเลิกสู้ ควรหันมาถามตัวเองดีกว่าไหมว่าทำไมไม่ลุกขึ้นสู้กับความไม่ยุติธรรม ทำไมถึงเลือกที่จะเมินเฉย

เขากล่าวหาว่าบุ้ง ตะวัน และแฟรงค์ เป็นแค่ไม้ซีกงัดไม้ซุง ก็ขอให้ไม้ซีกทั้งหลายที่ยังไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นมาสู้ ให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นให้ได้ ให้รู้กันไปเลยว่า ไม่ซีกแบบพวกเราเมื่อรวมกัน ก็สามารถเผาไม้ซุงแห่งความอยุติธรรมให้วอดวายได้ เราจะชนะได้อย่างไร ถ้าเราไม่ร่วมมือกัน หากยังไม่ยอมแพ้ วันที่ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริง ต้องมาถึงอย่างแน่นอน