จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพและข้อความ เป็นแชตกลุ่มของครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ส่งข้อความ ตำหนิการกระทำของครู เหตุเพราะไปนั่งเก้าอี้ของผู้อำนวยการโรงเรียน และขอให้ซื้อเก้าอี้ให้ใหม่นั้น

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการ ศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 เร่งติดตามและตรวจสืบข้อเท็จจริงเชิงลึกในทันที

เบื้องต้นทาง สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการกลุ่มกฏหมายและคดี ตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริง พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว มารายงานตัวและปฏิบัติราชการที่เขตพื้นที่โดยทันที ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการสืบสวน รวมทั้งให้ความคุ้มครองครู และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และรายงานต่อ สพฐ. เป็นระยะ โดย สพฐ. เน้นย้ำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรอบคอบ ได้ข้อมูลครบถ้วน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และได้กำชับให้คณะกรรมการเร่งสืบสวนข้อเท็จจริงและรายงานผลต่อ สพฐ. ภายใน 7 วัน จากนั้นจะแจ้งผลความคืบหน้าให้สาธารณชนรับทราบต่อไป

“เรื่องสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงความปลอดภัยในสถานศึกษา เป็นนโยบายที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งเราไม่แบ่งแยกว่าเป็นผู้บริหารหรือระดับปฏิบัติการ หากเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นก็ต้องมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริงให้กระจ่าง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคนทุกฝ่าย หรือหากพบว่ากระทำการที่ไม่เหมาะสมก็ต้องได้รับการพิจารณาโทษเป็นกรณีไป ทั้งนี้ หากพบเหตุที่ไม่เหมาะสมใดๆ ขอให้ส่งข่าวแจ้งเหตุมายัง สพฐ. เราพร้อมดำเนินทุกมาตรการเพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยของทุกคนอย่างแท้จริง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

ด้านนางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. ในฐานะโฆษก สพฐ. กล่าวว่า สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ร้อยเอ็ด เขต1 ในฐานะต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ผู้อำนวยการโรงเรียนรายดังกล่าวแล้ว ซึ่งในส่วนของว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการกพฐ. ก็มีความห่วงใย พร้อมกำชับให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงขอให้เขตพื้นที่ฯ ดูแลสภาพจิตใจและคุ้มครองความปลอดภัยของครูด้วย

“การตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง เพื่อให้ทุกฝ่ายทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนและครู ได้มีโอกาสชี้แจง ส่วนตัวดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว เบื้องต้นทางผู้อำนวยการโรงเรียนเองก็เสียใจ และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น และโดยหลักเหตุผล ผู้อำนวยการโรงเรียน ในฐานะผู้บังคับบัญชา ก็ไม่ควรทำพฤติกรรมดังกล่าว เพราะเก้าอี้ทั้งหมดในโรงเรียนไม่ใช่เก้าอี้ส่วนตัว ดังนั้นจึงถือเป็นการทำเกินกว่าเหตุ โดยสพฐ.เน้นย้ำมาตลอดว่า ขอให้ผู้บริหารสถานศึกษามีความเกื้อกูลต่อครูและบุคคลากรทางการศึกษา ทำงานเป็นทีม และเรื่องนี้ควรเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้ ไม่ใช่ให้ครูไปซื้อเก้าอี้ใหม่” นางเกศทิพย์ กล่าว

รองเลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ถือเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เป็นลักษณะของผู้บังคับบัญชา ไม่เกื่อกูลครู ถือว่าไม่เหมาะสม การที่ให้ครูไปซื้อเก้าอี้ก็ถือเป็นรังแกลูกน้อง และยิ่งถ้าใช้งบหลวงซื้อ ก็อาจเป็นวินัยร้ายแรงได้เพราะถือว่า เป็นการใช้งบที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางราชการ เรื่องนี้ต้องดูว่า เหตุมันเกิดเหตุจากอะไร ยังไม่สามารถบอกว่า เป็นการใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ เพราะเป็นเพียงการใช้คำพูด ดังนั้นต้องรอรายละเอียด จากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง