โจ มณฑานี เปิดใจ ลั่น ทักษะการเงินคนไทยวิกฤต ยัน ถ้าบริหารไม่เป็น เงินล้าน อยู่ต่างจังหวัดก็ไม่เหลือ ชี้ ควรสอนการเงินในโรงเรียนได้แล้ว เล่าประสบการณ์

จากกรณีที่ โจ มณฑานี ออกมาเปิดเผยว่า อยู่ กทม. ใช้เงินเดือนแค่ 15,000 คุณภาพชีวิตดีได้ ไม่ต้องอด จนกลายเป็นไวรัลสนั่นโซเชียลมีเดียนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 ก.พ.2567 โจ มณฑานี ตันติสุข นักเขียนและวิทยากร เปิดเผยกับ ข่าวสดออนไลน์ ว่า เรื่องเงินเป็นเรื่องสามัญประจำบ้านที่จะต้องบริหารให้เป็น กรณีคนที่เงินเดือน 15,000 บาท มี 2 ทางเลือก คือ

โจ มณฑานี กล่าวต่อว่า 1.อยู่บ้านพ่อแม่ หรือ 2.หากจำเป็นต้องเช่าบ้าน ต้องหารูมเมท ซึ่งเป็นหลักการบริหารเงินปัจเจกบุคคล ทำให้เราสามารถบริหารเงินที่มีอยู่ได้ ที่ตนออกมาพูดได้นั้น เป็นเพราะตนเคยผ่านช่วงวิกฤตมาแล้ว

โจ มณฑานี กล่าวอีกว่า กว่าตนจะมั่นคงได้ทุกวันนี้ ทุกอย่างมาจากประสบการณ์ ไม่ใช่เพียงแค่ทฤษฎี คนที่บริหารเงิน 10 บาทเป็น ก็ย่อมบริหารเงิน 1 ล้านบาทได้ เช่นเดียวกันหากบริหารเงิน 10 บาทไม่ได้ ก็บริหารเงิน 1 ล้านบาทไม่ได้

โจ มณฑานี กล่าวยืนยันว่า ทุกวันนี้ตนใช้เงินเดือนละ 15,000 บาท ตามที่ตนได้แจกแจงไว้ มาจากบันทึกการเงินของตนจริง ๆ และนั่นก็เป็นเพราะตนเคยยากจนมาก่อน ลำบากสุด ๆ ในสมัยต้มยำกุ้ง ขณะนั้นตนใช้ชีวิตอย่างประมาท และไม่มีความรู้ทางด้านการเงิน เวลากู้บ้านไม่เคยอ่านสินเชื่อเลย

โจ มณฑานี กล่าวยอมรับว่า พิษต้มยำกุ้ง ทำให้ตนหันมาทบทวนตัวเอง แทนที่จะโทษฟ้าโทษดินโทษธนาคาร ตนค้นพบว่า การโทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง ไม่ได้ทำให้ชีวิตตนเจริญก้าวหน้าขึ้น

โจ มณฑานี กล่าวต่อว่า ส่วนที่หลายคนบอกว่า 15,000 บาทในกรุงเทพฯกับต่างจังหวัดมันไม่เหมือนกันนั้น ตนมองว่าจะคิดแบบนั้นก็ได้ แต่ถ้าเราเปลี่ยน Mindset ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับปัญหาอะไร เราต้องมีทักษะในการบริหารจัดการ ต้องรับมันให้ได้

โจ มณฑานี กล่าวยืนยันว่า พื้นที่ไม่เกี่ยวกับทักษะการบริหารจัดการเงิน มันอยู่ที่ตัวเราว่าเราจะบริหารจัดการอย่างไร ตามหลักการ ความฉลาดทางการเงิน ที่บอกเอาไว้ว่า “กินอยู่ ต่ำกว่ารายได้” สุดท้ายถ้าหากบริหารจัดการไม่ได้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่พออยู่ดี

โจ มณฑานี กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ตนเห็นคอมเมนต์ที่มาทัวร์ลงตนแล้ว ตนไม่ได้รู้สึกอะไร แค่นี้เด็ก ๆ เพราะเรื่องการเมืองตนโดนหนักกว่านี้เยอะ และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ตนเห็นว่าคนไทยขาดความฉลาดทางการเงินอย่างมาก เพราะอย่างที่ตนบอกไปว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน รายได้เท่าไหร่ มันก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเงินของตัวเราเอง

โจ มณฑานี กล่าวว่า และอีกอย่างคือระบบความคิดในการอยากพัฒนาหารายได้เพิ่มเติม อีกทั้งตนก็ไม่ใช่คนแรกที่โดนทัวร์ลงในลักษณะนี้ ก่อนหน้านี้ก็มีทางด้านของนักธุรกิจที่ออกมาพูดเรื่องการบริหารเวลา

โจ มณฑานี กล่าวต่อว่า ตนมองว่าทำไมถึงไม่เอาความสำเร็จของคนอื่นมาเป็นข้อคิดในการพัฒนาตัวเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามี Mindset Toxic เราจะไม่มีทางเปลี่ยนตัวเองได้ และยิ่งคิดลบก็ยิ่งดึงดูดสิ่งลบ ๆ สุดท้ายทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

โจ มณฑานี กล่าวอีกว่า สุดท้ายนี้ตนมองว่าเรื่องนี้สะท้อนถึงปัญหาความรู้ทางการเงินของคนไทยที่เข้าขั้นวิกฤต และตนไม่โทษประชาชนเลย เพราะไม่ได้รับการอบรม และให้ความรู้ ตอนเด็ก ๆ เราถูกสอนให้ออมในกระปุกออมสิน แต่ไม่เคยถูกสอนว่าออมแล้วนำไปต่อยอดอย่างไรเพื่อให้เกิดผลประโยชน์มากที่สุด

“ดังนั้นคนไทยจึงพึ่งพาแต่รายได้ และเราจะไม่ออมเงิน เพราะความเชื่อที่ว่าการออมไม่ได้ทำให้รวย จึงอยากฝากว่า ประเทศไทยควรมีการสอนเรื่องการเงินในโรงเรียนได้แล้ว ตนก็เคยโง่มาก่อน แต่มันเรียนรู้กันได้ และมันจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจระดับมหภาค เพราะการเงินระดับปัจเจกดี ใช้เงินอย่างฉลาด ชุมชนก็จะฉลาด สังคมก็จะแข็งแกร่ง” โจ มณฑานี กล่าว